การกินอาหารเช้า ดีต่อสมอง ความจำดี ลดอาการสมองเสื่อม!

0
91

อาหารมื้อเช้านั้น ถือว่าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญมากนะค่ะ แต่คนส่วนใหญ่กลับเลือกที่จะไม่กินมื้อเช้า สาเหตุก็

เพราะกลัวไปทำงานสาย แต่เมื่อถึงที่ทำงานก็ไม่ได้กินเหมือนกัน เพราะต้องรีบทำงาน ฟังดูแล้วเป็นเหตุผลที่ใช้

ไม่ได้คนบางคนอาจปฏิบัติจนเกิดความเคยชิน

โดยในเรื่องของความสำคัญของอาหารมื้อดังกล่าว เพราะระหว่างที่นอนหลับ ร่างกายก็ยังใช้พลังงานและสาร

อาหารต่างๆ เพื่อให้กระบวนการในร่างกายทำงาน เช่น ระบบหายใจ และอื่นๆ ทำงานไปได้ ดังนั้นเมื่อตื่นขึ้นมา

ระดับสารอาหารหลายชนิดจะลดลง จึงจำเป็นต้องนำมาเติมให้อยู่ในระดับปกติด้วยการกินอาหารเช้า จากข้อมูล

ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ยืนยันความสำคัญในเรื่องนี้ แม้จะเข้าใจว่าชีวิต

ประจำวันที่หนุ่มสาวออฟฟิศส่วนใหญ่หลายคนมีความเร่งรีบจึงไม่มีเวลา และทำได้เพียงจิบกาแฟเพียงแก้วเดียว

แต่สิ่งที่ได้รับ คือ สารกาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นและทำงานได้เท่านั้น แต่สมองกลับไม่ได้รับสาร

อาหารที่ต้องการ และเมื่อพลังงานในร่างกายหมด จะทำให้หิว หงุดหงิด เครียด ฯลฯ รวมทั้งยังขาดกลูโคสไปใช้

ในการคิดประมวลผล และหากไม่ได้รับประทานมื้อเช้าเป็นประจำจะทำให้ขาดสมาธิ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ช้าลง

และนำมาซึ่งโรคสมองเสื่อมในอนาคต ซึ่งขณะนี้มีจำนวนมาก

อีกทั้งยังส่งผลในเรื่องของสมองเสื่อมอีกด้วย ซึ่งประกอบด้วย เซลล์ประสาท (Neuron) มากกว่าแสนล้านเซลล์

มีแขนงประสาท (Neuronal Processes) ประสานกัน เพื่อใช้ส่งสัญญาณประสาทและติดต่อที่ความเร็ว 0.5-120

เมตรใน 1 วินาที จะลดประสิทธิภาพลง ดังนั้นการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเหมาะสมจะช่วยให้ส่งสัญญาณ

ประสาทได้เร็วขึ้น สมองคนเราควรได้รับการกระตุ้นและมีสารอาหาร รวมถึงแร่ธาตุต่างๆ มาเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ

คนวัยทำงานจึงควรเริ่มต้นด้วยการรับประทานอาหารเช้าที่มีสารอาหารครบ เพื่อช่วยบำรุงสมองให้สามารถ

ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยในเรื่องของการศึกษาเปรียบเทียบผู้สูงอายุที่กินอาหารเช้าประเภทธัญพืช กับผู้สูงอายุที่ไม่กินอาหารและดื่ม

แต่น้ำเท่านั้น พบว่าผู้ที่กินอาหารเช้าจะมีความจำดีกว่า เพราะได้เข้าไปหล่อเลี้ยงสมองที่ต้องใช้พลังงานตลอด

ทั้งวัน ทั้งนี้เรามีเทคนิคในการเลือกรับประทานมื้อเช้าอย่างไรเพื่อช่วยลดความเสี่ยงสมองเสื่อม

ควรแบ่งอาหารทุกมื้อออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน คือ

1.ข้าวซ้อมมือและธัญพืช

2.ผักชนิดต่างๆ

3.โปรตีน

4.ผลไม้สด

และต่อมานั้นคือส่วนสารอาหารที่ช่วยทำให้หนุ่มสาวออฟฟิศสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น

แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้

– วิตามินบี 1, 6 และ 12 แพนโธทินิกและกรดโฟลิก ซึ่งอยู่ในกลุ่มอาหารประเภทถั่วชนิดต่างๆ ข้าวและธัญพืชไม่ขัดสี อาหารทะเล ฯลฯ ซึ่งช่วยให้สมองส่งต่อข้อมูลของเซลล์สมอง ทำให้สมาธิดี

– วิตามินซี อี และเบต้าแคโรทีนในพืชผักผลไม้ต่างๆ ช่วยปกป้องเยื่อสมองจากอนุมูลอิสระ

– โคลีนที่มีมากในมันฝรั่ง มะเขือเทศ นม ส้ม ดอกกะหล่ำ ไข่แดง ถั่วลิสง ช่วยควบคุมความจำ

– ธาตุเหล็กที่มีมากในตับ เนื้อสัตว์ และอาหารทะเล ช่วยในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง

– โอเมกา 3 พบมากในปลาทู ปลาซาร์ดีน ฯลฯ ช่วยป้องกันความจำเสื่อม

อีกทั้งในเรื่องของช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการรับประทานอาหารเช้าควรเป็นช่วงเวลาประมาณ

07.00-09.00 น. เพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมและย่อยสารอาหารได้ดีกว่าช่วงอื่น ที่สำคัญควรรับประทานแต่

พออิ่ม หากมากเกินไปจะส่งผลให้เส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองแข็งตัว และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการทานหวาน

จัด เพราะน้ำตาลจะไปขัดขวางการดูดซึมโปรตีน รวมทั้งสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสมอง ขณะที่เด็กและ

เยาวชนยิ่งต้องรับประทานอาหารเช้าให้เป็นนิสัยให้มากกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะก่อนไปโรงเรียน จะช่วยให้นักเรียน

มีสมาธิในการเรียน ความจำดีขึ้น

ดังนั้น เมื่อทราบว่ามื้อเช้าดีขนาดไหนแล้ว และเมื่อรู้ข้อดีของการกินอาหารเช้าแล้ว หากใครที่ไม่สนใจหรือไม่มี

เวลาก็ควรปรับพฤติกรรมเสียใหม่ เพราะนอกจากเด็กจะได้ในเรื่องความจำในการเรียนที่ดี ส่วนของผู้ใหญ่ก็จะ

เพิ่มศักยภาพในการทำงาน และที่สำคัญสามารถป้องกันโรคความจำเสื่อมได้ด้วยล่ะค่ะ

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here