กินยาเยอะอาจจะทำให้ตับพัง ระวัง 5 ปัจจัยเสี่ยงทำ “ตับพัง”

0
158

ในปัจจุบันการป้องกันสุขภาพที่เรามักพบเห็นก็คือการพยายามดูแลตนเองทั้งออกกำลังกาย ทานอาหาร –

วิตามินเสริม ฯลฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตามน้อยคนที่จะคิดถึงอวัยวะสำคัญอย่าง “ตับ” ทั้งๆ ที่ตับเป็น

อวัยวะที่มีความสำคัญต่อสุขภาพอย่างมาก

ที่พูดเช่นนั้นก็เพราะตับเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในร่างกาย รวมทั้งยังมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง เป็นต้น

ว่า สร้างโปรตีนและสารหลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น สร้างน้ำตาลกลูโคส กรดอะมิโนและโปรตีน ไขมันทั้ง

ไตรกลีเซอไรด์และโคเลสเตอรอล ทำให้วิตามินทำงานได้ดีขึ้น และเป็นแหล่งสะสมวิตามินหลายชนิด สร้างน้ำดี

หรือน้ำย่อยที่จำเป็นในการย่อยอาหาร รวมทั้งทำหน้าที่ในการดูดซึมไขมันและวิตามินชนิดละลายในน้ำมันสร้าง

โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบในการทำให้เลือดแข็งตัว และฮอร์โมนบางชนิด กำจัดหรือทำลายสารพิษหรือสาร

แปลกปลอมที่อาจหลุดผ่านเข้าไปในกระแสเลือด มีบทบาทสำคัญต่อภูมิต้านทานของร่างกาย ควบคุมการเผา

ผลาญ รวมทั้งยังทำลายหรือทำให้ยาต่างๆ ออกฤทธิ์ดีขึ้น

ขอบข่ายที่ตับรับผิดชอบจึงมากมายหลายส่วน ด้วยเหตุนี้ เมื่อตับผิดปกติหรือทำงานไม่ปกติ หากเป็นเรื่องเล็กๆ

น้อยๆ ตับก็จะฟื้นฟูตัวเองได้ แต่หากต้องเผชิญปัจจัยบั่นทอนอยู่ทุกวันก็อาจทำให้เกิดอันตรายและส่งผลกระทบ

ต่อสุขภาพได้ ตั้งแต่อาการไม่ปกติ ทำให้มีอาการของโรค เกิดอาการเจ็บป่วยในระยะยาว รวมทั้งทำให้เกิด

อันตรายถึงชีวิตตามมาได้ เช่น ไขมันแทรกในตับ ตับอักเสบ ตับแข็ง ไขมันสะสมในตับ และมะเร็งตับ

รู้แบบนี้แล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้จักวิธีการสร้างสุขให้กับตับ โดยต้องระวังปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้

เกิดอันตราย

1) อาหารและน้ำดื่ม

จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องได้รับอาหารและน้ำดื่มที่สะอาดเพื่อป้องกัน เชื้อไวรัสตับอักเสบเอซึ่งเกิดจากการกินเช่น

อาหาร ผัดสด ผลไม้ น้ำดื่ม ที่ปนเปื้อน เชื้อนี้ ทำไม่สุก ไม่สะอาด ไม่ต้มเดือด เป็นต้น ส่วนอาหารปกติแล้วเราไม่

จำเป็นต้องเลือกกินอาหารเพื่อบำรุงตับ เพียงเราทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงอาหารที่

มีผลเสียต่อตับ เช่น อาหารที่ปนเปื้อนเชื้ออะฟลาท็อกซิน สารพิษที่ผลิตจากเชื้อรา โดยเราสามารถได้ในเมล็ด

ธัญพืช โดยเฉพาะในถั่วเมล็ดแห้ง และเมล็ดพืชน้ำมันชนิดต่างๆ พริกแห้ง ฯลฯ ที่มีเชื้อราชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่ก่อน

งดกินปลาดิบ เพื่อป้องกันพยาธิใบไม้ในตับ ส่วนใครที่มีตับอักเสบหรือตับแข็งระยะเริ่มต้น จำเป็นต้องได้รับ

อาหารให้ครบทุกหมู่อย่างเพียงพอเพื่อช่วยให้ตับสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว โดยในระยะนี้ เพื่อซ่อมแซมตับ

คุณหมออาจให้วิตามินเสริม แต่ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยาทานเองเป็นอันขาด

2) เลือดและการมีเพศสัมพันธ์

อีกตัวการหนึ่งที่ทำให้เราติดเชื้อไวรัสตับอักเสบก็คือการติด การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี โดยมีคนเป็นพาหะที่

สำคัญ ซึ่งประเทศไทยเราพบประมาณร้อยละ 5 โดยเฉพาะจากเลือดและการมีเพศสัมพันธ์ เช่น การใช้แปรงสีฟัน

กรรไกรตัดเล็บ หรือมีดโกนร่วมกับผู้อื่น หรือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบอยู่ อาจทำให้คุณ

ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ได้ เมื่อติดเชื้อแล้วอาจจะป่วยเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง มะเร็งตับได้ในที่สุด

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อนี้มีโอกาสเสี่ยงของมะเร็งตับสูงกว่าคนทั่วไปถึง 223 เท่า

3) ยา ระวังการกินยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อตับได้ อย่าลืมว่า เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ในการกำจัดยาออกจากร่างกาย ดังนั้น

การได้รับยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานานจะรบกวนการทำงานของตับหรืออาจมีผลอันไม่พึงประสงค์ต่อตับ

เมื่อร่างกายได้รับยาบางชนิดในปริมาณสูง หรือติดต่อกันเป็นเวลานานตับก็จะไม่สามารถทำลายได้ทันเหลือเป็น

ส่วนเกินและมีฤทธิ์ทำลายเนื้อตับ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตับจนกลายเป็นภาวะตับวายได้ ในปัจจุบัน ยา

อันตรายต่อตับที่คนมักมองข้ามเป็นยาใกล้ตัวอย่าง “พาราเซตามอล” ที่อาจเกิดพิษต่อตับ ทั้งในกรณีที่กินใน

ปริมาณมากเกินไป กินเมื่อดื่มตับเริ่มเสื่อมจากการดื่มแอลกอฮอล์ หรือตับอักเสบจากไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะ

ในคนที่ไวต่อพาราเซตามอล หากกินเกิน 2 กรัมขึ้นไป อาจจะทำให้ตับอักเสบได้ นอกจากนี้ ยังมียาแก้ปวด

ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ ยาแก้หวัด และยาปฏิชีวนะ ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรบาน ยาลูกกลอน ฯลฯ ซึ่งมีการ

ใช้อย่างกว้างขวางและล้วนอันตรายหากกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน

4) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สำหรับคอทองแดงหรือลำยองอาจจะไม่ค่อยกลัว แต่รู้ไว้เถอะว่า แอลกอฮอล์จะทำให้เกิดความผิดปกติของการ

ใช้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในตับ ในระยะแรกจะทำให้ไขมันสะสมในตับก่อนซึ่งส่วนใหญ่มักจะไม่มีอา

การใดๆ แต่เมื่อดื่มนานเข้าจะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ และเรื้อรังจนเป็นตับแข็ง และอาจทำให้เกิดมะเร็งตับ

และเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะคนที่ดื่มหนักๆ หรือดื่มมานานแล้วจนเกิดตับอักเสบ ยิ่งหากใครมีโรคไวรัสตับอักเสบ

บี หรือ ซีร่วมด้วยจะยิ่งเพิ่มอันตรายต่อตับอีกหลายเท่า ทำให้มีโอกาสกลายเป็นโรคตับแข็ง หรือโรคมะเร็งตับได้

ง่ายขึ้น แนวทางสำคัญในการป้องกันจึงอยู่ที่การงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มแต่ปริมาณน้อยๆ ไม่ดื่ม

ประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตามหากเป็นตับอักเสบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็น

ต้องได้รับอาหารให้ครบทุกหมู่ เพื่อให้สุขภาพฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

5) สารพิษ

การได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำก็ทำให้เกิดอันตรายต่อตับได้เช่นดียวกัน เช่น สารหนู (arsenic) ที่พบ

ปนเปื้อนในยาหอม ปลาหมึกแห้ง ในอาหาร และสิ่งแวดล้อม หากร่างกายรับเข้าไปมากจะสะสมที่ตับและทำลาย

ระบบการทำงานของตับ ทำให้ตับทำงานหนักและเกิดการอักเสบตามมาในที่สุด

แนวทางการป้องกัน จึงต้องลดความเสี่ยงในปัจจัยที่กล่าวมา รวมทั้งหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีคาร์โบโฮเดรต

สูงต่อเนื่องในปริมาณมาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุกระตุ้นให้มีไขมันแทรกในตับ และถ้าเป็นไปได้ควรตรวจสุขภาพ

อย่างสม่ำเสมอ และฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบ เพราะก่อนที่ตับจะ “พัง” มันจะไม่มีอาการใดๆ ให้เห็น แนวทาง

การป้องกันจึงสำคัญที่สุด

กฎเหล็กดูแลตับ

– ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

– ทานอาหารที่สะอาด

– มีเพศสัมพันธ์ปลอดภัย ไม่สำส่อน

– ไม่ใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น

– ทานยาที่ได้มาตรฐานเมื่อจำเป็น

– หลีกเลี่ยงสารเคมี

– ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ

– ตรวจสุขภาพร่างกายทุกปี

ความเสี่ยงจากการกินยามีทั้งดีและข้อเสียที่กินปริมานมากไปอาจทำร้ายตับของเราพังได้ ฉะนั้นมั่นดูแลตัวเองด้วยน่ะค่ะ อย่าให้โรคภัยเข้ามาในชีิวิต

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here