คนที่อ้วนลงพุงเสี่ยงเป็นโรคไตอาจจะไตวายได้

0
48

คนอ้วนลงพุงมีการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น ทำให้มีปริมาณเลือดไหลเวียนเข้าสู่ตัวกรองของไตมากขึ้นแรงดัน

ในตัวกรองไตจึงสูงกว่าปกติ ถ้าเป็นแบบนี้นานๆ ไตจะเริ่มเสื่อม!!…

“โรคไต” ซึ่งทางสมาพันธ์มูลนิธิโรคไต และสมาคมโรคไตนานาชาติกำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือน

มีนาคมของทุกปีเป็น “วันไตโลก” (World Kidney Day) เพื่อร่วมกันรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของปัญหาโรค

เรื้อรังนี้ที่สามารถพบได้ทุกกลุ่มอายุ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี

โดยเฉพาะในปีนี้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยมุ่งเน้นกลุ่ม “คนอ้วนลงพุง” เนื่องจากปัจจุบันพบว่าเด็กและผู้ใหญ่มี

น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานและมีภาวะเสี่ยง “อ้วนลงพุง” เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีภาวะเสี่ยงเป็นโรคไม่ติดต่อ

เรื้อรัง อย่าง “โรคไต” ที่มีสาเหตุมาจาก “โรคอ้วน” มีเพิ่มมากขึ้นทุกปีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมกัน

รณรงค์ภายใต้คำขวัญ “อ้วนกลมระทมไต” ซึ่งปีนี้จัดงานให้ความรู้ในการป้องกัน

รศ.นพ.เกรียงศักดิ์ วารีแสงทิพย์ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ให้ความรู้ว่า หน้าที่ของไต คือการสร้าง

ปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยขับของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารต่างๆ และช่วยในการรักษาความปกติของน้ำและ

เกลือแร่ของร่างกาย สร้างสารควบคุมความดันโลหิตและสารช่วยในการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง เมื่อไต

ทำงานน้อยจึงมักเกิดปัญหาความดันโลหิตสูงและโลหิตจาง เราจึงต้องถนอมไตง่ายๆ ด้วยการไม่ทานเค็มนั่นเอง

หรือหมั่นสังเกตอาการของโรคไต คือ “อาการบวม” เชื่อว่าทุกคนคงเคยมีอาการบวมมาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการ

บวมเฉพาะที่ เช่น ถูกแมลงกัดต่อย ฟกช้ำหลังเล่นกีฬา ซึ่งเป็นการบวมที่ไม่มีปัญหามาก แต่การบวมที่เป็นอาการ

เริ่มแรกของโรคไต คือ “บวมทั้งตัว”

ระยะแรกอาจจะบวมที่หนังตาและหน้า ซึ่งเราจะรู้สึกว่าแหวนที่นิ้วหรือรองเท้าคับขึ้น ต่อมาจะมีอาการบวมที่ขา

และเท้าทั้ง 2 ข้าง ลองใช้นิ้วกดที่หน้าแข้งสักพักแล้วปล่อยจะมีรอยบุ๋มอยู่แสดงว่าบวมแน่!! ซึ่งอาการบวมเกิด

การมีน้ำและเกลือแร่เพิ่มขึ้นร่างกาย ซึ่งโรคที่ทำให้บวม คือ โรคไต โรคหัวใจ และโรคตับ จึงต้องปรึกษาแพทย์

เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยการเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะด้วย

เมื่อทราบแล้วว่าตัวเองป่วยเป็น “โรคไต” เรามักคิดกันว่าหมายถึง “โรคไตวายเรื้อรัง” แต่ก่อนจะเป็นไตวายเรื้อรัง

ยังมี “โรคไต” อีกหลายประเภท เช่น โรคไตอักเสบที่เรารู้จักกันดี โรคเบาหวาน โรคนิ่ว ซึ่งระยะต่างๆ เป็นเหตุ

ทำให้ไตวาย ฉะนั้น “ภาวะไตวายเรื้อรังเป็นผลของโรคไต”

เมื่อเกิด “ภาวะไตวาย” แล้ว ปัญหาอยู่ที่การเจ็บป่วยระยะสุดท้ายของการเป็นไตวายเรื้อรัง เพราะคนไข้จำเป็น

ต้องได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือด ปลูกถ่ายไต เรียกว่าเสียค่าใช้จ่ายสูงสุดเฉลี่ยแล้วประมาณ 3 แสนบาทต่อ

คนต่อปี แต่หากเราทราบตั้งแต่ระยะต้นๆ อาจป้องกันหรือชะลอความเสื่อมของไตได้ โดยเฉพาะดูแลเรื่องอาหาร

การกินยาที่ถูกต้อง

จากสถิติที่สมาคมโรคไตเก็บไว้ อุบัติการณ์ของโรคไตวาย อยู่ที่ 17 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคำนวณจากประชากรไทย

ทั้งหมดพบว่ามีคนไข้ไตวายประมาณ 11 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก…

ในขณะที่ ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ ประธานเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่ง

ประเทศไทย อธิบายว่า ภาวะอ้วนลงพุงเป็นปัญหาระดับโลกและระดับชาติ เพราะขณะนี้ทั่วโลกมีคนอ้วนมากกว่า

600 ล้านคน จากการสำรวจสุขภาพคนไทยเมื่อปี 57 พบว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมีปัญหาอ้วนร้อยละ 37.5 คิด

เป็นคนอ้วน 20.8 ล้านคนทั่วประเทศ เพิ่มขึ้น 4.8 ล้านคนใน 5 ปีที่ผ่านมา (เมื่อปี 52 มีคนไทยอ้วน 16 ล้านคน)

เราพยายามรณรงค์กันมาตลอดจาก 16 ล้านคน แต่ปัจจุบันสถิติอยู่ที่ 20.8 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าเรา “ล้มเหลว”

เพราะจำนวนคนอ้วนไม่ลดลง ในขณะที่ปีหนึ่งมีคนอ้วนเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านคน แถมในคนอ้วนนี้ยังมี “ภาวะ

ลงพุง” อีก ซึ่งคนไทยร้อยละ 39.1 มีปัญหา “อ้วนลงพุง” ที่เป็นภาวะซ่อนโรคอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน

ความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะ “โรคไตวายเรื้อรัง” เห็นเด่นชัดมาก

ถามว่าอ้วนลงพุงเป็นโรคไตได้อย่างไร? คนที่อ้วนลงพุงมีการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น ทำให้มีปริมาณเลือด

ไหลเวียนเข้าสู่ตัวกรองของไตมากขึ้น แรงดันในตัวกรองของไตสูงกว่าปกติ ถ้าเป็นอยู่แบบนี้นานๆ ไตจะเริ่ม

เสื่อม!!

นอกจากนั้นไขมันที่มากเกินไปจะเข้าไปพอกพูนรอบไตและในอุ้งกรวยไต ในเซลล์ที่เป็นผนังของท่อที่ออกจาก

ตัวกรองของไตอาจมีไขมันแทรกอยู่ ทำให้การดูดซึมแลกเปลี่ยนเกลือแร่และสารบางชนิดผิดปกติ เร่งการเสื่อม

ของไต แต่จะค่อยเป็นค่อยไปใช้เวลาหลาย 10 ปี จึงจะตรวจพบ

แต่ถ้ายิ่งเป็น “ภาวะอ้วนลงพุง” เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงด้วย หากไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมไม่

ได้การเสื่อมของไตจะเกิดเร็วขึ้น และเข้าสู่ระยะสุดท้ายของ “ไตวายเรื้อรัง” ฉะนั้นจึงต้องแก้ปัญหาที่ต้นทางคือ

ภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงเกิดจากการกินอยู่ที่ขาดสมดุล ป้องกันได้ด้วยการ “ลดน้ำหนัก”…

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here