ครบเครื่องเรื่องตะคริว

0
142

หากพูดถึง การหดเกร็งตัวเป็นก้อนแข็งที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆของร่างกายทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างกะทันหัน หลายๆ
ท่านอาจจะคุ้นเคยกันดีว่า แบบนี้ล่ะเค้าเรียกตะคริว า แต่หากพูดถึงสาเหตุวิธีการแก้ไข
รวมไปถึงความอันตรายที่อาจมากไปกว่าความเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อคุณอาจจะยังไม่เข้าใจมากนัก

 

คำอธิบายทางการแพทย์
“ตะคริว” หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า “Cramp” หรือ “Muscle Cramp” หมายถึงอาการที่กล้ามเนื้อจะหดเกร็งสั้นเป็นลูกๆโดยที่เราไม่ได้สั่งและมีอาการเจ็บปวด อาจเกิดจากกล้ามเนื้อนั้นๆล้าจากการทำงานหรืออาจมีการบาดเจ็บจากการถูกกระแทกจนเกิดการฟกช้ำกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริวบ่อยๆ ได้แก่ กล้ามเนื้อน่อง
กล้ามเนื้อต้นขาทั้งด้านหน้า-หลัง และกล้ามเนื้อบริเวณหลัง

 

สาเหตุ
– เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ พบบ่อยในผู้ที่ใช้กล้ามเนื้อมากออกกำลังกายหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่อบอุ่นร่างกายก่อน
– ขาดแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ
– การเสียน้ำของร่างกาย คนที่ดื่มน้ำน้อยนักกีฬาที่อ่อนล้าและเสียเหงื่อมาก จะทำให้เซลล์กล้ามเนื้อทำงานไม่ดีสังเกตได้ว่าเมื่อเล่นกีฬาในที่ที่มีอากาศร้อนมักจะเกิดตะคริวได้ง่าย
-อายุที่มากขึ้น ยิ่งเราอายุมาก ยิ่งเสียมวลกล้ามเนื้อไปมากกล้ามเนื้อที่เหลือสามารถเกิดความตึงเครียดได้ง่ายเพราะทำงานหนักขึ้น
– การตั้งครรภ์ การเกิดตะคริวจะพบได้บ่อยในหญิงที่กำลังตั้งครรภ์
– โรคประจำตัวหรือภาวะทางการแพทย์ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับเส้นประสาท โรคตับหรือไทรอยด์มีโอกาสสูงที่จะเกิดตะคริวได้เพราะสัมพันธ์กับระบบของเหลวในร่างกายโดยตรง

เจอกับตะคริวแบบเฉียบพลัน เราจะรับมือได้อย่างไรบ้างค่อยๆ ยืดกล้ามเนื้อนั้นออกให้มาอยู่ในความยาวปกติของและให้ยืดกล้ามเนื้อนั้นๆ ให้ยาวขึ้นอยู่จนกระทั่งหายปวดอาจใช้เวลาประมาณ 1-2 นาทีแล้วลองปล่อยมือดูอาการว่ายังหดเกร็งอยู่หรือไม่ถ้าเป็นอีกให้ทำซ้ำได้อีกจนหายเกร็ง

 

ตัวอย่างถ้าเป็นกล้ามเนื้อน่องเป็นตะคริวให้ท่านนั่งลงเหยียดเข่าข้างนั้นออกให้ตรงและให้คนข้างๆของท่านช่วยกระดูกข้อเท้าข้างนั้นให้ขึ้นจนสุดเท่าที่จะทำได้แล้วพยายามประคองอาการด้วยการดื่มน้ำหากมีอาการเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องหลังจากเกิดตะคริว อาจใช้ยาแก้ปวดเช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)เพื่อบรรเทาอาการ

กันไว้ดีกว่าแก้
1. ดื่มน้ำให้มากพอในแต่ละวันโดยเฉพาะเวลาออกกำลังกาย
2.ลดหรือเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ
3. คอยสังเกตสีของน้ำปัสสาวะถ้าหากมีสีค่อนข้างเหลืองแสดงว่าน้ำในร่างกายมีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
4. พยายามออกกำลังกาย และหมั่นฝึกซ้อมให้สม่ำเสมอ
5.ยืดและเตรียมกล้ามเนื้อก่อนการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย

6. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อย่ามองข้ามอาหารที่ให้แคลเซียม
โปแตสเซียมและแมกนีเซียม (โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์)
6. ลดปริมาณการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน
เช่น กาแฟและช็อกโกแลต

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
เมื่อเราพยายามดูแลตัวเองด้วยวิธีการข้างต้นแล้วแต่ยังคงเป็นตะคริวอยู่หรือปวดแบบรุนแรงมากขาบวมแดงหรือผิวหนังเปลี่ยนแปลงไป หรือเป็นตะคริวบ่อยเกินไป
โดยที่หาสาเหตุไม่ได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้องเพื่ออาจเป็นสัญญาณของโรคอันตรายเช่น โรคเกี่ยวกับเส้นประสาทโรคตับหรือไทรอยด์

สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นตะคริวบ่อย รู้แบบนี้แล้วอย่าละเลยแค่ดื่มน้ำให้มากพอในแต่ละวัน ยืดเหยียดก่อนออกกำลังกายให้เป็นนิสัยก็สามารถลดความเสี่ยงจากตะคริวได้แล้ว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here