ความกตัญญูต่อ “ผู้มีพระคุณบิดามารดา”เป็นพื้นฐานของคนดีชีวิตมีแต่เจริญๆ

0
244

ความกตัญญูเป็นคุณธรรมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น เกณฑ์มาตรฐานในการวัดว่าคนๆ นั้นจะมีพื้นฐานหรือมี

ภาชนะในการรองรับบุญกุศลความดีได้มากเพียงใดก็ต้องดู ความกตัญญูกตเวทีของคนๆ นั้น หากคนๆ นั้นมีความ

กตัญญูเป็นฐานแล้วการจะก่อร่างสร้างบุญให้ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ย่อมทำได้ บุญนั้นก็มีความแข็งแรงยั่งยืน

พระพุทธเจ้าตรัสเป็นพุทธวจนะว่า “ภูมิ เว สัปปุริสานัง กตัญญูกตเวทิตา” ความกตัญญูเป็นพื้นฐานของคนดี

สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสสเทวะ) ก็ได้แต่งเลียนแบบสำนวนขึ้นมาให้ไพเราะมากขึ้นและเป็นที่รู้จักกันในสังคม

ดีกว่าสำนวนแรกว่า “นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา” ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี

โดยธรรมชาติคนเราล้วนเป็นหนี้บุญคุณผู้อื่นทั้งสิ้น ใครที่กล้าประกาศตนว่าได้ดีขึ้นมาเพราะอาศัยผลแห่งการ

ต่อสู้ด้วยตัวเองไม่เกี่ยวข้องกับใครเลยก็นับว่าโกหกอย่างร้ายกาจ  หรือไม่ก็เป็นคนโง่ที่เป็นวัวลืมตีนไม่มีใครใน

จักรวาลนี้สามารถเติบโตขึ้นมาได้โดยไม่มีความเกี่ยวข้องหรือข้องแวะกับใครเลย ทุกคนล้วนต้องมีผู้มีพระคุณ

คนที่ปฏิเสธรากเหง้ากำพืดของตนเองปฏิเสธว่าไม่มีผู้ที่มีพระคุณไม่ว่าจะโดยทางตรง หรือ ทางอ้อมจึงถือเป็น

คนเลวและไม่มีทางเจริญในพระพุทธศาสนา

คำว่า “ผู้มีพระคุณ”

นั้นไม่ได้หมายความเพียงแต่บิดามารดา หรือญาติผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงทุกสรรพสิ่งที่ยังประโยชน์ให้กับ

ชีวิตของเราในทุกด้านทั้งที่เป็นครูบาอาจารย์ที่สอนโดยตรงหรือทางอ้อม เพื่อน คนรอบข้างสัตว์เลี้ยงที่ให้คุณ

ลูกค้าลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชา ฯลฯ หรือใครก็ได้ที่เคยให้เคยช่วยเหลือไม่ว่าเป็นเรื่องใดๆ และเราเป็นผู้รับ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสโดยสรุปในเรื่องนี้ไว้ว่า บุคคลที่หาได้ยากในโลกนี้ มีอยู่ 2 ประเภทคือ

ผู้ที่มีความกตัญญูรู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และผู้ที่มีความกตเวที

ความกตัญญู

คือความรู้อุปการคุณที่มีผู้ทำไว้ เป็นคุณธรรมคู่กับความกตเวที คือ การตอบแทนอุปการคุณที่ผู้อื่นทำไว้นั้นบุญ

คุณที่ว่านี้มิใช่ว่าตอบแทนกันแล้วก็หายกัน แต่หมายถึงการรำลึกถึงพระคุณที่เคยให้ความอุปการะแก่เราด้วย

ความเคารพยิ่งเมื่อรู้พระคุณแล้วก็ตอบแทนพระคุณท่าน มีความคิดเช่นนี้อยู่ภายในใจอย่างต่อเนื่องและแสวงหา

โอกาสทำหน้าที่ตอบแทนบุญคุณท่านอย่างไม่รู้ลืม

บุคคลเช่นนี้หาได้ยากในโลก และสัตบุรุษทั้งหลายตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอริยสาวก

และบัณฑิตชนจึงพากันสรรเสริญยกย่อง แม้เทวดาทั้งหลายก็ปกปักรักษาผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีในทางกลับ

กันคนที่ไม่รู้พระคุณใครนั้นยากที่จะเจริญได้ มีคนมากมายที่ไม่มีความกตัญญูรู้คุณผู้มีพระคุณ ชีวิตที่เห็นยังดีและ

มีความเจริญก้าวหน้านั้นยังคงเป็นเพราะบุญเก่ายังส่งผล แต่เมื่อหมดบุญเก่าความเจริญนั้นก็ถึงเวลาหมดสิ้นไป

ด้วยและยิ่งกับคนที่ไม่มีบุญเก่ามากพอ ก็จะทำให้ชีวิตต่ำลงๆไปเรื่อยๆ

แรงแห่งความกตัญญู

เป็นแรงดึงดูดโชคลาภความร่ำรวยที่สำคัญมากแรงหนึ่ง หลายคนเรียกว่าแรงแห่งการตอบแทนดังนั้นขอให้เรา

ทุกคนได้พิจารณาถึงสิ่งของหรือผู้ที่ควรกตัญญูนั้นควรจะเป็นใครและสิ่งใดบ้าง ความกตัญญูนี้มีคุณค่าและมีพลัง

แห่งบุญมากมาย ยิ่งได้กระทำถูกคนถูกกาลก็จะยิ่งมีพลังมหาศาล

  1. การกตัญญูต่อบุคคล บุคคลที่ควรกตัญญูก็คือ ใครก็ตามที่มีบุญคุณควรระลึกถึงและตอบแทนพระคุณ เช่นบิดามารดา มีอุปการคุณแก่บุตร ธิดา ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ให้การศึกษา อบรมสั่งสอน ให้ละเว้นจากความชั่ว มั่นคงในการทำความดี เมื่อถึงคราวมีคู่ครองได้จัดหาคู่ครองที่เหมาะสมให้และมอบทรัพย์สมบัติให้ไว้เป็นมรดก

พระพุทธองค์เคยตรัสว่า ลูกที่มีความกตัญญู

อยากจะตอบแทนพระคุณพ่อแม่ให้ถึงที่สุด ต่อให้นำพ่อและแม่มาประดิษฐานอยู่บนบ่าซ้ายและบ่าขวาปรนนิบัติ

ท่านทั้งสองอยู่บนบ่าของตนให้มีความสุขเต็มเปี่ยมในทางโลกที่ท่านพอใจ กระทั่งยอมให้ท่านอุจจาระปัสสาวะ

อยู่บนบ่าของตนจนวันหนึ่งท่านทั้งสองนั้น ล่วงไปตามอายุสังขารอย่างสงบ แต่การปรนนิบัติมารดาบิดาถึงเพียง

นั้นก็นับว่าเป็นการแสดงความกตัญญูอย่างโลกๆ อย่างธรรมดาๆเท่านั้นเอง

ส่วนลูกคนใดก็ตาม นอกจากปรนนิบัติมารดาบิดาอย่างที่กล่าวมาข้างต้นตามปกติแล้ว ยังได้นำพ่อแม่ดำเนินเข้า

สู่เส้นทางธรรมด้วยการนำท่านให้สมาทานประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา หรือ ทาน ศีล ภาวนา จนพ่อ

แม่มีธรรมกำกับชีวิต ลูกคนไหนทำได้อย่างนี้ นี่คือ ที่สุดแห่งความกตัญญู ลูกคนใดทำได้ชาตินี้มีแต่ความเจริญ

ความอกตัญญู

ไม่รู้คุณคนนั้นนั้นเป็นเหตุสำคัญอีกสาเหตุหนึ่ง ที่จะคอยฉุดรั้งคนไว้ไม่ให้เดินหน้าไปสู่ความเจริญได้ไปไหนก็

ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย และยิ่งกับคนที่แม้แต่ตอบแทนท่านยังไม่ทำซ้ำยังเนรคุณพ่อแม่ ผู้มีพระคุณนั้นชาตินี้

ไม่มีวันเจริญขึ้นมาได้การแสดงความกตัญญูทั้งกาย วาจา ใจ เป็นสิ่งที่ควรลงมือตอบแทนพระคุณท่านให้สมกับ

ที่ท่านเคยมีพระคุณต่อเรา  คิดดี  พูดดี  ทำดี  แล้วมันก็จะต้องได้อย่างเดียว  คือได้ดีนั่นเองคือได้ความเจริญ

รุ่งเรืองตลอดไป

ท่านผู้ให้ความช่วยเหลือยามทั้งที่เรามีความสุขหรือทุกข์ยาก 

คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ในฐานะที่เขาได้เมตตาสงเคราะห์ให้เรานั้นผ่านความยากลำบากไม่ว่าจะเป็น

เรื่องใดทั้งเงินทองการช่วยเหลืออำนวยความสะดวก จึงควรที่จะตอบแทนช่วยเหลือท่านเมื่อมีโอกาสไม่จำเป็น

ต้องเป็นเรื่องใหญ่แม้เพียงเรื่องเล็กก็ต้องรีบขวนขวายตอบแทนตามกำลังที่เรามี

2.กตัญญูต่อสิ่งของ

สิ่งของทุกอย่างล้วนมีคุณต่อเราเสมอ เช่น หนังสือที่ให้ความรู้แก่เรา อุปกรณ์ทำมาหากินต่างๆเราไม่ควรทิ้งคว้าง

หรือทำลายโดยไม่เห็นคุณค่า คนรวยหลายคนนั้นไม่เคยลืมคุณของสิ่งของที่ช่วยสร้างเนื้อสร้างตัวทั้งหม้อไห

หาบ รถจักรยานเก่าๆ เหล่านี้เขาเก็บไว้เพื่อระลึกถึงความยากลำบากในหนหลัง เพื่อใช้เตือนสติตนและรู้ซึ้งถึง

คุณค่าของสิ่งของเหล่านี้ที่ทำให้เขาโชคดีขึ้นมาได้

การกระทำที่ทำต่อพ่อแม่

โดยเฉพาะคนที่ทำเรื่องร้ายๆ ทำร้าย ทำลายจิตใจพ่อแม่ ทำให้พ่อแม่เสียใจถึงขั้นร้องไห้น้ำตาไหลนองหน้านั้น

ชาตินี้ไม่มีวันเจริญหากไม่ขออโหสิกรรมและกลับตัวใหม่ และจะได้รับกรรมอันนี้สนองในชาตินี้เป็นส่วนมาก

กล่าวคือลูกของเรา ก็จะทำต่อเราเช่นนี้เหมือนกัน

ตลอดจนรู้ถึงสิ่งอันเป็นอุปสรรคต่างๆชนิด ศัตรู ทำให้เราประกอบด้วยคุณธรรมอันสูงยิ่งขึ้นด้วยความอดกลั้น

อดทน เสียสละ อุปสรรค ทำให้เรามีปัญญาเข้าใจโลกถูกต้องตามความเป็นจริงถ้าหัวใจของคนทุกคนในโลกนี้

เต็มไปด้วยความกตัญญูกตเวทีจริงๆแล้ว โลกนี้ก็จะเป็นโลกที่สวยงาม น่าอยู่ ปลอดภัย

ประโยชน์สุขและบุญกุศลได้มากมาย

“ถ้าคุณกตัญญูต่อชาติ ไม่มีทางเลยที่คุณจะฉ้อราษฎร์บังหลวง”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อศาสนา ไม่มีทางเลยที่คุณจะเป็นคนเลว”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อพระมหากษัตริย์ ไม่มีทางเลยที่คุณจะจาบจ้วงล่วงเกิน”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อบิดามารดา ไม่มีทางเลยที่คุณจะทำให้ท่านน้ำตาตก”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ ไม่มีทางเลยที่คุณจะไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อตนเอง ไม่มีทางเลยที่คุณจะตกเป็นทาสยาเสพติด”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อเวลา ไม่มีทางเลยที่คุณจะหายใจทิ้งไปเพียงวัน ๆ”

“ถ้าคุณกตัญญูต่ออาหาร ไม่มีทางเลยที่คุณจะกินทิ้งกินขว้าง”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อความรู้ ไม่มีทางเลยที่คุณจะนำความรู้ไปทำความเลว”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อความรัก ไม่มีทางเลยที่คุณจะนอกใจคู่รักของตน”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อความนับถือ ไม่มีทางเลยที่คุณจะทำตนเป็นคนสองหน้า”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อความซื่อสัตย์ ไม่มีทางเลยที่คุณจะทุจริตประพฤติมิชอบ”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อครอบครัว ไม่มีทางเลยที่คุณจะทำให้ครอบครัวแตกแยก”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีทางเลยที่คุณจะตัดไม้ทำลายป่า”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อผืนดิน ไม่มีทางเลยที่คุณจะปล่อยสารพิษลงสู่แผ่นดิน”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อผืนน้ำ ไม่มีทางเลยที่คุณจะปล่อยของเสียลงแม่น้ำ”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อผืนฟ้า ไม่มีทางเลยที่คุณจะปล่อยมลพิษขึ้นสู่นภากาศ”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อโลก ไม่มีทางเลยที่คุณจะสร้างอาวุธนิวเคลียร์”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อมนุษยชาติ ไม่มีทางเลยที่คุณจะก่อสงครามทุกรูปแบบ”

“ถ้าคุณกตัญญูต่อชีวิต ไม่มีทางเลยที่คุณจะปล่อยให้ชีวิตให้ไม่ได้ลิ้มซึ่งอมตะธรรม”

จิตที่กตัญญูก็จะน้อมนำไปสู่การแสดงออกซึ่งความกตัญญูอันหมายถึงสิ่งที่ดีงามทั้งหมดซึ่งไม่ต้องใช้เงินทองเลยแม้แต่บาทเดียว หากมีความกตัญญูต่อบิดามารดาบุญกุศลอันยิ่งใหญ่เพราะท่านเป็นพระองค์แรกของเราให้ชีวิตเราได้เกิดในวันนี้ *–*

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here