ความขี้ลืมนี้ท่านได้แต่ใดมา

0
108

ลืมกุญแจบ้าน กุญแจรถ กระเป๋าสตางค์ เอาของไปวางไว้ที่ไหนจำไม่ได้ รู้ไหมคะว่าอายุที่มากขึ้นไม่ใช่แค่สาเหตุเดียว ไปไล่ดูสาเหตุใกล้ตัวที่มีผลพอๆกันดีกว่าค่ะ

ใช้เทคโนโลยีมากเกินไป

เพราะเทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น พอใช้ความจำน้อย สมองก็จะอ่อนแรงและขี้เกียจ เช่นการใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกเบอร์โทรศัพท์และนัดหมายทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ความจำเท่าที่ควร งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ถ้าเรามองกันตามความจริง การจำสิ่งต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของสมองอยู่แล้ว แต่เมื่อสมองไม่ได้ทำหน้าที่จดจำเพราะเราใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์จดจำข้อมูลนั้นแทน ฉะนั้นสมองจึงไม่สามารถจดจำข้อมูลที่ควรต้องจำและสูญเสียหน้าที่นี้ไปนั่นเอง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

นักวิจัยเรียกภาวะนี้ว่า Microarousals ลักษณะคือหยุดหายใจขณะหลับครั้งละสองสามนาที ซึ่งการตื่นนี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถจับอาการได้ว่าเราตื่นขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สมองจะรับทราบปฏิกิริยานี้ทันที ซึ่งหากการหลับช่วง Non-REM ถูกรบกวนจะทำให้ความจำระยะสั้นและระยะยาวรวมกันเป็นหนึ่งเดียวหรือจะหายไปเลย  แก้ไขได้ด้วยการปรับปรุงการนอนช่วง Non-REM หรือช่วงหลับลึกนี้ เพื่อให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนมากที่สุด ระบบย่อยอาหารและการหลั่งฮอร์โมนจะเป็นไปอย่างปกติ เป็นผลดีต่อสมองและความจำด้วย

ภาวะของหัวใจ

กลุ่มผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเพราะมีคอเลสเตอรอล และความดันโลหิตสูงจะมีประสิทธิภาพของความจำต่ำกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจราวร้อยละ 7 เมื่อไม่นานมานี้เอง มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลียระบุว่า ผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจล้มเหลวจะมีลักษณะทางกายภาพของสมองที่ทำงานเกี่ยวกับความจำเปลี่ยนแปลงไป สะท้อนว่าโรคในระบบหัวใจมีผลกับความจำโดยตรง

ลดน้ำหนักผิดวิธี

งานวิจัยมากมายพบว่า ผู้หญิงที่ลดน้ำหนักด้วยการจำกัดการกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ พอไปทดสอบเรื่องความจำ พบว่าได้คะแนนต่ำอย่างเห็นได้ชัด ทฤษฎีการงดกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตที่เป็นหนึ่งในเทรนด์ลดน้ำหนักทำให้สมองได้รับกลูโคสไม่เพียงพอ ซึ่งกลูโคสนี้เป็นแหล่งพลังงานของสมอง จึงทำให้สมองอ่อนล้าไม่มีพลังพอที่จะจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดีเท่าคนที่กินปกติ ดังนั้นควรกินอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน โดยคำนึงถึงสัดส่วนที่พอเหมาะ

 

หรือว่าจะวัยทอง

“ ช่วงก่อนหมดประจำเดือน (Perimenopause) เป็นช่วงที่ความจำแย่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตหรือการจำเรื่องใหม่ ๆ “ การที่ฮอร์โมนเอสโทรเจนตกลงอย่างฮวบฮาบในช่วงก่อนหมดประจำเดือนเป็นชนวนปัญหาเรื่องความหลงลืม เพราะฮอร์โมนเอสโทรเจนมีผลดีต่อส่วนต่าง ๆ ของสมองที่ทำหน้าที่ในเรื่องความจำ

กินยาพร่ำเพรื่อ

“ ถ้าเราจำสิ่งต่าง ๆ ได้ช้าเกินไป นั่นแสดงว่าเซลล์ประสาทไม่สามารถประมวลผลข้อมูลใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และข้อมูลใหม่ ๆ ก็จะไม่สามารถบันทึกเป็นความทรงจำได้” จากหนังสือ Younger Brain, Sharper Mind โดย ดร.เอริก เบรฟเวอร์แมน

โดยทั่วไป ทุก ๆ 10 ปี สมองของเราจะสูญเสียความรวดเร็วในการจำราว 7 - 10 มิลลิวินาที  โดยการสูญเสียนี้จะเริ่มตั้งแต่อายุ 20 ปี นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมสมองจึงจำได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรกินยาพร่ำเพรื่อ ต้องกินเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ลองดูนะคะ ถ้าใครเข้าเกณฑ์เหล่านี้ จะได้แก้ไขให้ตรงจุด เพราะอาการเหล่านี้นอกจากจะมีผลเรื่องความจำแล้วยังอาจเชื่อมโยงถึงสุขภาพด้านอื่นๆ อีกด้วยนะคะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here