คุณมีความเชื่อเรื่องกลับชาติมาเกิดหรือไม่?

0
125

ความเชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิด ถ้าเกิดพูดในแง่ของพระพุทธศาสนา ต้องบอกว่าเราจะไม่ใช่ความเชื่อแล้วจะ

กลายเป็นความจริงของการกลับชาติมาเกิด คือความสงสัยเรื่องนี้มันมีมานาน ในครั้งพุทธกาลก็เคยเกิดขึ้นจะเห็น

ทำไมจึงมีบางคนระลึกชาติได้ แต่คนส่วนใหญ่ระลึกชาติไม่ได้ เพราะโดยปกติพอมาเกิดในครรภ์มารดาแล้วมัน

ลืม แต่คนที่ระลึกชาติได้เพราะว่าบังเอิญเป็นกรณีพิเศษ คนเหล่านี้เผอิญอยู่ในจังหวะที่ลงตัวแล้วก็เลยระลึกชาติ

ตัวเองได้ พอเกิดมาก็เลยจำได้ว่า ภพในอดีตเขาเป็นยังไงบ้าง คนเหล่านี้อาจจะมีอยู่เพียงแค่หนึ่งในหมื่น หนึ่งใน

แสน หนึ่งในล้าน นี้เป็นต้น

การจำอดีตชาติได้ หมายถึง การที่สามารถจำอดีตชาติได้ด้วยความทรงจำปกติ โดยไม่ต้องใช้วิธีการใดๆ

เพื่อให้ได้มาซึ่งความทรงจำในอดีตชาตินั้นๆ เช่น ผู้ที่จำอดีตชาติได้เองตั้งแต่ยังเด็ก เป็นต้น

    ในขณะที่การระลึกชาติได้ หมายถึง ความทรงจำในอดีตชาติที่ได้มาโดยการใช้วิธีการใดๆ เพื่อให้ได้

มาซึ่งความทรงจำในอดีตชาตินั้นๆ เช่น การสะกดจิตหรือการฝึกสมาธิจิต เป็นต้น (จำไม่ได้ด้วยความทรงจำปกติ)

ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์และนักจิตวิทยาจำนวนมาก ที่ยอมรับและเชื่อถือเกี่ยวกับเรื่องการระลึกชาติ

หนึ่งในบรรดานักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกคือ คาร์ล กุสตาฟ จุง (Carl Gustav Jung) เขาเคยกล่าว

ว่า “ผมสามารถจะระลึกภาพในอดีตที่ผ่านมาแล้วหลายศตวรรษ ซึ่งมีคำถามเป็นจำนวนมากที่ผมยังไม่สามารถ

หาคำตอบได้ ผมคงต้องเกิดใหม่อีก เนื่องจากว่ายังค้นคว้างานต่างๆ ยังไม่สำเร็จ”

กรณีของเด็กระลึกชาติได้รายใหม่ล่าสุดในหมู่บ้านตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ “หมู่บ้านโลกตะลึงคน

ระลึกชาติ” เป็นกรณีที่ นายธวัชชัย ขำชะยันจะ เฝ้าติดตามสังเกตและศึกษามาตั้งแต่เด็ก และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มี

รายการทางเคเบิลทีวีรายการหนึ่งบุกไปพิสูจน์ แล้วถึงกับตะลึง คือกรณีของ ด.ญ.กัลยาพัช บรรทุกรรม หรือ

“น้องอิม” บุตรสาวของนายเกรียงศักดิ์ (เกี๊ยะ) และ นางจาราภรณ์ บรรทุกรรม ซึ่งเธอระลึกชาติได้ว่า เป็น นาง

ดอกไม้ บรรทุกรรม ผู้เป็นย่ามาเกิด เป็นกรณีที่แปลกและสวนทางกับวิทยาศาสตร์การแพทย์…ผู้เป็นแม่แต่งงาน

มาแล้วกว่า ๒๐ ปี ไม่มีลูก เพราะมดลูกผิดปกติมีพังผืดหุ้มท่อรังไข่มากและมดลูกโต หมอแนะนำให้ตัดทิ้ง ปล่อย

ไว้อาจกลายเป็นเนื้อร้าย หมดหวังที่จะมีลูก

แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์เมื่อแม่ของสามีเสียชีวิต เธอกลับตั้งท้องโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆ ที่หมอระบุว่าเธอไม่

สามารถมีลูกได้ ก่อนผู้เป็นย่าจะเสียชีวิต เคยบอกไว้ว่าจะมาเกิดกับลูกชายและลูกสะใภ้ เพราะสงสารลูกชายและ

ลูกสะใภ้กลัวว่าแก่ตัวไปจะไม่มีลูกหลานดูแล ก่อนที่เด็กจะเกิดลูกของป้า พี่สาวของพ่อเด็ก ฝันว่า ผู้เป็นยายที่

เสียชีวิตไปแล้วจะมาเกิดเป็นลูกของน้าชาย แรกเกิดเด็กมีรอยบุ๋มที่หลังใบหูทั้งสองข้างเหมือนกับผู้เป็นย่าเกิด

มาได้ไม่กี่วันเด็กกระแอมราวกับผู้ใหญ่ ซึ่งตอนที่ผู้เป็นย่าป่วยก็ชอบกระแอมแบบนี้…พอเด็กพูดได้ก็เรียกผู้เป็น

พ่อว่า “ไอ้เกี๊ยะ” เมื่อพ่อแม่ถามว่าทำไมเรียกพ่อแบบนั้นเด็กบอกว่า “ก็มันเป็นลูก”

นอกจากนี้เด็กยังทักทายผู้สูงอายุซึ่งเป็นคนที่ผู้เป็นย่ารู้จัก เธอเรียกชื่อคนคนนั้นได้ถูกต้อง และยังใช้คำ

พูดกูมึงกับผู้สูงอายุท่านนั้นอีกด้วย ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยพบหรือรู้จักมาก่อน จากความฝัน รอยตำหนิ คำพูด และการ

แสดงออกที่ผ่านมาของน้องอิม ทำให้พ่อแม่ของน้องอิมเชื่อว่าเธอคือผู้เป็นย่ามาเกิดจริง

เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ ทีมงานรายการทางเคเบิลทีวีรายการหนึ่ง ได้ขอให้พ่อของเด็กเปิดบ้านคุณย่าของเด็ก

ที่ถูกปิดตายไว้นับตั้งแต่เจ้าของบ้านเสียชีวิต แล้วได้นำเอาภาพถ่ายที่ใช้ในงานศพของคุณย่าและคุณปู่สามีของ

คุณย่าซึ่งเด็กไม่เคยพบเห็นมาก่อน นำมารวมกับภาพถ่ายที่ใช้ในงานศพของคนอื่นๆ หลายภาพ แล้วบุกไปถึง

ศูนย์เด็กเล็กในหมู่บ้าน เพื่อทดลองให้เด็กชี้ โดยไม่ให้พ่อแม่ของเด็กติดตามไปด้วยและมีครูหลายท่านเป็น

พยาน ทีมงานได้ถามน้องอิมว่า “ไหนลองชี้สิว่ารูปไหนคือน้องอิม น้องอิมคนไหนคะ”

ปรากฏว่าน้องอิมเดินเข้าไปชี้ที่รูปถ่ายของ นางดอกไม้ ผู้เป็นย่าว่ารูปนั้นคือรูปของน้องอิม และเมื่อทีม

งานถามว่า “แล้วแฟนของน้องอิมคนไหน” น้องอิมก็ชี้ไปที่รูปถ่ายของ นายสาย บรรทุกรรม สามีของคุณย่า

ดอกไม้ ทำเอาทีมงานรายการเคเบิลทีวีถึงกับตะลึงขนลุกไปตามๆ กัน

สำหรับข้อมูลของ นางดอกไม้ บรรทุกรรม เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ขณะอายุได้ ๗๘ ปี ส่วน

เด็กหญิงกัลยาพัช บรรทุกรรม เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒ ปัจจุบันอายุ ๓ ขวบ ๙ เดือน

เรื่องราวของน้องอิมนี้ยังเป็นความเชื่อของบุคคลที่พบเห็นเป็นจำนวนมาก และสงสัยว่าใช่เรื่องจริงหรือไม่

ตำหนิที่ตามมาจากอดีตชาติ

การพิสูจน์เกี่ยวกับชีวิตภายหลังความตาย ตายแล้วเกิดนี้ เป็นเรื่องที่เป็นอุปสรรคปัญหามาช้านานแล้ว

ซึ่งอุปสรรคปัญหาของผู้ที่ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าชีวิตภายหลังความตายมีอยู่จริงหรือไม่

คนเราตายแล้วเกิดได้อีกจริงหรือไม่ แต่อุปสรรคปัญหาที่ว่าก็คือ การหาพยานหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ที่จะนำมา

แสดงให้สาธารณชนได้ประจักษ์ และยอมรับว่ามันมีอยู่จริงต่างหาก

ทั้งนี้ควรจะต้องพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ประจักษ์ด้วยตัวเองจึงจะปลงใจเชื่อได้ ดังนั้นในหนังสือเล่มนี้จึง

พยายามที่นำเสนอข้อเท็จจริงโดยละเอียด และได้นำเสนอแนวทางวิธีการพิสูจน์ในรูปแบบต่างๆ ให้ท่านผู้อ่านที่

สนใจจะทำการพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อจะได้มีแนวทางในการศึกษาค้นคว้าและพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้

ประจักษ์ด้วยตัวของพวกท่านเอง ดีกว่ามานั่งถกเถียงกันให้เสียเวลา ผู้เขียนมีตัวอย่างแนวทางที่บุคคลทั่วไปก็

สามารถทำการพิสูจน์เชิงประจักษ์ด้วยตัวเองได้หลายวิธี

อย่างไรก็ดียังหาวิธีพิสูจน์กันต่อไปว่าผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วมาเกิดใหม่ได้หรือไม่ กลับชาติมาเกิดอีกครั้งได้

หรือไม่ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ของคนไทยในสมัยโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายายหลายชั่วอายุ

คนแล้วจนถึงปัจจุบันสำหรับเรื่องนี้ ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here