ตกตลึงในมนต์เสน่ห์ น่าหลงใหลดินแดนใต้สุดด้ามขวาน “เมืองยะลาใต้สุดสยาม”

0
108

คำว่า ยะลา มาจากภาษาพื้นเมืองเดิมว่า ยะลอ ซึ่งแปลว่า “แห” เป็นเมืองชายแดนภาคใต้ที่มีความน่าสนใจ

ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม เป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมของชนต่างเชื้อ

ชาติ ทั้งไทย จีน และอิสลาม ตัวเมืองยะลามีการวางผังเมืองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย และยังเป็นศูนย์กลางการ

ศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้

จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 4,521 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ

จังหวัดสงขลา ปัตตานี นราธิวาส และประเทศมาเลเซีย เป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ที่ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเล

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ พื้นที่ราบมีน้อย ยะลาแบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมือง

อำเภอเบตง อำเภอบันนังสตา อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอธารโต อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง

จังหวัดยะลาถ้าเดินทางโดยรถยนต์จะห่างจากกรุงเทพ ฯ ประมาณ 1,084 กิโลเมตร โดยเดินทางตามเส้นทาง

ถนนเพชรเกษม  แต่ถ้าเดินทางโดยรถไฟ จะห่างจากกรุงเทพ ฯ ประมาณ 1,055 กิโลเมตร

เราได้รวบรวม 5 สิ่งมหัศจรรย์ ของยะลาที่น่าตื่นตาตื่นใจ น่าประทับใจ และต้องตกตลึงในมนต์เสน่ห์ น่าหลงใหล ของดินแดนใต้สุดด้ามขวานแห่งนี้ ดั่งคำขวัญที่ว่า “ยะลาใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน” ไปดูกันว่า “5 มหัศจรรย์แห่งยะลา” จะมีอะไรบ้าง …

1. ผังเมืองจังหวัดยะลา สวยที่สุดในไทย

เป็นผังเมืองที่ดีที่สุดและสวยที่สุดในประเทศไทย ส่วนหนึ่งคล้ายกรุงปารีส ให้ถนนทุกสายไปรวมศูนย์กันในวง

เวียน อีกส่วนเป็นตารางหมากรุกคล้ายเมืองลอสแองเจลิส ในสมัยพระรัฐกิจวิจารณ์ (อดีตข้าหลวงประจำจังหวัด)

นายกเทศมนตรีคนแรกของเมืองยะลา (พ.ศ.2480-2488) ได้เป็นผู้นำเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการวางผังเมืองให้

เป็นครั้งแรก โดยมีที่ปรึกษาเป็นชาวอังกฤษออกแบบผังเมืองแบบวงเวียน เป็นรูปใยแมงมุมวงเวียนซ้อนกัน 3 วง

ด้วยกัน ชั้นที่ 1 เป็นหน่วยงานราชการ ชั้นที่ 2 เป็นบ้านพักข้าราชการ ชั้นที่ 3 เป็นโรงพยาบาล โรงเรียน สวน

สาธารณะ ชั้นนอกสุด เป็นย่านการค้า และที่อยู่อาศัย คณะเทศมนตรีทุกชุดได้พัฒนาบ้านเมืองโดยยึดผังเมือง

จนเมืองยะลาได้รับชื่อเสียงว่าเป็นเมืองที่สวยงามและน่าอยู่ นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวยะลาโดยทั่วกัน

2. พระพุทธไสยาสน์วัดคูหาภิมุข (วัดหน้าถ้ำ)

อธิษฐานบนบานแล้วสำเร็จสมปรารถนาทุกประการ เป็นหนึ่งในสามปูชนียสถานที่สำคัญของภาคใต้ เช่นเดียวกับ

พระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช และพระบรมธาตุไชยาที่สุราษฎร์ธานี แสดงความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธใน

บริเวณนี้มาตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าถ้ำ ห่างจากตัวเมือง 8 กิโลเมตร ตามเส้นทางไป

อำเภอยะหา บริเวณวัดร่มรื่นมีธารน้ำไหลผ่าน บันไดขึ้นไปยังปากถ้ำมีรูปปั้นยักษ์ ชาวบ้านเรียกว่า “เจ้าเขา” สร้าง

โดยช่างพื้นบ้านเมื่อปี 2484 ภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายห้องโถงใหญ่ ดัดแปลงปรับปรุงเป็นศาสนสถาน มีปล่องที่

เพดานถ้ำยามแสงแดดส่องลงมาดูสวยงามมาก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่า

สร้างมาแต่ปี พ.ศ.1300 เป็นพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัย มีขนาดความยาว 81 ฟุต 1 นิ้ว เชื่อกันว่าเดิมเป็นปาง

นารายณ์บรรทมสินธุ์ เพราะมีภาพนาคแผ่พังพานปกพระเศียร ต่อมาจึงได้ดัดแปลงเป็นพระพุทธไสยาสน์แบบ

หินยาน ความเชื่อและวิธีการบูชา มีคำกล่าวว่าหากได้มาเยือนยะลา ต้องมากราบไหว้ขอพรพระนอนวัดคูหาภิมุข

แห่งนี้ จะได้ชื่อว่ามาถึงยะลาอย่างแท้จริง และหากได้มาอธิษฐานบนบานองค์พระพุทธไสยาสน์ที่ถ้ำแห่งนี้ก็มัก

จะได้ผลสำเร็จสมปรารถนา

3. เขื่อนบางลาง  สว่างไสวทั่วแคว้นแดนปักษ์ใต้

เป็นทะเลสาบกลางภูเขา ตั้งอยู่ในอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ประกอบด้วยบริเวณพื้นที่ป่าเหนือเขื่อนบางลาง

บริเวณป่ารอบๆ อ่างเก็บน้ำที่สมบูรณ์ ทะเลสาบ เกาะ ตลอดจนจุดเด่นทางธรรมชาติทิวทัศน์ที่สวยงาม รวมเนื้อที่

ประมาณ 163,125 ไร่ หรือ 261 ตารางกิโลเมตร บางลางเป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเอนกประสงค์แห่งแรกในภาค

ใต้ กั้นแม่น้ำปัตตานี ที่บริเวณบ้านบางลาง ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ห่างจากตัวอำเภอ

เมือง ๕๘ กิโลเมตร ตัวเขื่อนเป็นเขื่อนหินถม แกนดินเหนียว มีความสูง ๘๕ เมตร สันเขื่อนยาว ๔๓๐ เมตร กว้าง

๑๐ เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ ๒๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อน ๒,๐๘๐ ตารางกิโลเมตร

น้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลางสามารถอำนวยประโยชน์ในด้านการชลประทานแก่พื้นที่เพาะปลูกของจังหวัด

ยะลา และปัตตานี เป็นพื้นที่ ๓๘๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งน้ำที่ปล่อยออกมาสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละประมาณ

๒๐๐ ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยเสริมระบบ ไฟฟ้าในภาคใต้ให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น นับเป็นผลพลอยได้ที่มีคุณ

ประโยชน์มหาศาล อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอุทกภัยน้ำท่วมบริเวณตอนล่างของลุ่มน้ำปัตตานีที่เคยเกิดขึ้นอยู่เสมอ

ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญในภาคใต้ ซึ่งช่วยเสริมอาชีพและรายได้แก่ราษฎรที่อาศัย

อยู่ใกล้เขื่อน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลาอีกด้วย

4.ผืนป่าบาลา – ฮาลา  นกเงือกแสนสวย

ป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย และเป็นป่าขนาดใหญ่ผืนสุดท้ายของไทย ตั้งอยู่ในเขตจังหวัด

นราธิวาสและยะลา ประกอบไปด้วยพื้นไม้ป่าที่สูงใหญ่สมบูรณ์ น้ําตกที่เพิ่งได้รับการค้นพบนับสิบแห่งที่ยังไม่ได้

แม้กระทั่งตั้งชื่อ แหล่งรักษาพันธุ์นกเงือกนับพันตัว สัตว์ป่าหายากอย่างกระทิง รวมไปถึงสัตว์ป่าต่างๆ อาทิ

กระทิง ช้างป่า เก้ง กวางป่า เป็นต้น อีกทั้งเส้นทางด้านหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 เข้าทางหลังเขื่อนบางลางไป

ตามถนนที่คดเคี้ยวบนเทือกเขาจะสามารถมองเห็นจุดชมวิวเหนืออ่างเก็บน้ำที่สวยงามอีกด้วย

5. ทะเลสาบธารโต ทะเลสาบบนภูเขาแห่งแรกของภาคใต้

เป็นทะเลสาบเหนือเขื่อนบางลาง ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ประมาณ 30 เกาะ เกิดจากการถูกน้ำท่วมเป็น

บริเวณกว้าง มีความกว้างประมาณ 2 กิโลเมตร ยาว 6 กิโลเมตร แม้จะเกิดจากความเพียรพยายามของมนุษย์แต่ก็

เป็นพื้นน้ำอันกว้างไกลสุดขอบฟ้า เป็นถิ่นกำเนิดของสัตว์น้ำ และต้นกำเนิดของพลังงานไฟฟ้าในจังหวัด

ชายแดนภาคใต้ สามารถล่องเรือล่องแพสัมผัสกับความงามของเกาะแก่งชมป่าเขาลำเนาไพร  สำราญกับการตก

ปลาท่ามกลางไหล่เขา มีทิวทัศน์และบรรยากาศที่สวยงามแปลกตายิ่งนัก

จังหวัดยะลาเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่น่าไปเที่ยวมากเลยคร่ะ หากไม่ติดสถานการณ์บ้านเมือง คิดว่าคงเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อของประเทศไทยเลยแหละค่ะ เพราะมันสวยงามท่ามกลางธรรมชาติและอารยธรรมดั้งเดิมของเมืองยะลา

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here