ตั้งรับ  6 โรคภัยในช่วงฤดูหนาว

0
330

ประเทศไทยของเราได้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ ตามที่กรมอุตุวิทยาประกาศเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 60 ก็เริ่มมีลมเย็นๆมาปะทะให้เราได้ชุ่มชื่นใจกันบ้าง แต่หน้าหนาวนี่เค้าไม่ได้มาแบบมีแต่ข้อดีน่ะสิคะ ยังมีโรคที่ลมหนาวพามา 6 โรคนี้ที่ยังต้องระวังกันค่า

  1. โรคไข้หวัด

ไม่ต้องบอกก็รู้สำหรับโรคนี้ อาการประกอบด้วยไอ จาม คัดจมูกน้ำมูกไหล ระคายคอ มีไข้ โดยทั่วไปจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์ โรคนี้จะหายได้เองโดยธรรมชาติไม่มีภาวะแทรกซ้อน การดูแลรักษาตอนที่ไม่สบายได้แก่

การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังหรือทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่จำเป็น ดื่มน้ำมาก ๆ โดยเฉพาะน้ำผลไม้รับประทานยาลดไข้พาราเซตตามอล ยาลดน้ำมูกและยาแก้ไอ อย่างไรก็ตามอาการจะค่อยๆดีขึ้น แต่ไม่รวดเร็วปุบปับค่ะ

  1. โรคภูมิแพ้

ช่วงฤดูหนาวคนที่มีโรคภูมิแพ้อากาศอยู่เดิมอาจมีอาการมากขึ้นได้ โดยเฉพาะช่วงอากาศเปลี่ยนใหม่ ๆ หรือบางคนที่แพ้ตัวไรในฝุ่นซึ่งอยู่ตามที่นอนแพ้ควันบุหรี่ แพ้ขนสัตว์ ในช่วงฤดูหนาวอาจมีอาการมากขึ้น

เนื่องจากเรามีโอกาสอยู่ในบ้านมากขึ้นร่วมกับคนที่สูบบุหรี่ และสัตว์เลี้ยง ซึ่งก็มักอยู่ในบ้านในช่วงฤดูหนาวอาจมีอาการคันจมูกคันตา จามมีน้ำมูกใสๆ คัดจมูกอยู่ตลอดได้ในช่วงนี้ควรดูแลสุขภาพให้ดี

หลีกเลี่ยงอากาศที่หนาวจัด สวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่อบอุ่น บางรายถ้ามีอาการมากอาจต้องรับประทานยาแก้แพ้อากาศเพื่อลดอาการลง

  1. โรคไข้หวัดใหญ่

จากข้อมูลในปี 2559 พบผู้ป่วย 156,943 ราย เสียชีวิต 43 ราย สำหรับการพยากรณ์โรค ปี 2560 คาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 320,000 ราย (เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปีที่ผ่านมา) จังหวัดที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการระบาดเป็นวงกว้างมี 7 จังหวัด

ได้แก่ ลำปาง กรุงเทพฯ ระยอง เชียงใหม่ ภูเก็ต อยุธยา และพะเยา

(ประเมินความเสี่ยงรายจังหวัด โดยพิจารณาจากอัตราป่วยเฉลี่ยสามปีล่าสุด)  กรมควบคุมโรค จึงขอให้ประชาชนใช้มาตรการ  “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ดังนี้ 1.ปิด คือ ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม  2.ล้าง

คือ ล้างมือบ่อยๆ เมื่อสัมผัสสิ่งของ  3.เลี่ยง คือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย และ 4.หยุด คือ เมื่อป่วยควรหยุดเรียนหยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด

  1. โรคมือ เท้า ปาก

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก พบบ่อยในช่วงปลายฝนต้นหนาว และพบเป็นการระบาดแบบปีเว้นปี  การพยากรณ์โรค ปี 2560 จึงคาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 42,000 ราย ซึ่งโรคนี้ติดต่อโดยการสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย น้ำในตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ป่วย

ส่วนวิธีป้องกันคือรักษาความสะอาดร่างกาย หมั่นล้างมือบ่อยๆ และไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน หากมีเด็กในสถานศึกษาป่วยโรคมือ              เท้า ปาก ต้องแยกเด็กป่วยออก ให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน และพักอยู่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ

  1. โรคไข้เลือดออก

การพยากรณ์โรค ปี 2560 คาดว่าจะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ตลอดทั้งปีประมาณ 37,500 ราย ส่วนการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงโดยวิเคราะห์จากพื้นที่ที่ระบาดซ้ำซากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าจะมีพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดสูง ใน 36 จังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมกันประกาศสงครามกับยุงลายทั้งประเทศโดยทำอย่างจริงจังให้เป็นวิถีชีวิต ด้วยการร่วมกันกำจัดยุงลายตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้าน 2.เก็บขยะ และ 3.เก็บน้ำ

เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

  1. อุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไป

ผู้สูงอายุอาจเกิดปัญหาอุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไป โดยเฉพาะในบางรายที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อย ในบางพื้นที่ของประเทศที่มีอากาศหนาวมาก โดยเฉพาะถ้าต่ำกว่า 15-18 องศาเซลเซียส

อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้ การดูแลป้องกันคือ การพยายามรักษาความอบอุ่นของร่างกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารครบถ้วน และพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อากาศหนาวจัดนะคะ

ฤดูหนาวถึงแม้จะเป็นฤดูที่หลาย ๆ คนชอบแต่ก็เป็นฤดูที่อาจนำความเจ็บป่วยบางอย่างมาให้กับคนเราหลายอย่างโดยเฉพาะ ถ้าเราดูแลสุขภาพไม่ดีถึงแม้ประเทศไทยอากาศจะไม่หนาวเท่ากับหลาย ๆ ประเทศ แต่อุณหภูมิในฤดูหนาวบางปีและในบางพื้นที่ก็สามารถทำให้เราเจ็บป่วยได้ต้องระวังให้ดีนะคะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here