ประชาคมอาเซียนลุ่มแม่น้ำโขง เผยแพร่พระพุทธศาสนา

0
156

พระพุทธศาสนา ในชาติลุ่มน้ำโขง สำคัญต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การสร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม

เศรษฐกิจ และการเมือง ถือว่าเป็นส่วนสำคัญ เครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงเผยแพร่พุทธศาสนา

พระพุทธศาสนาในชาติลุ่มน้ำโขงสำคัญต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การสร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม

เศรษฐกิจ และการเมือง ถือว่าเป็นส่วนสำคัญ

นานาชาติลุ่มน้ำโขง ไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม และจีน  เรื่องของพระพุทธศาสนาถือว่ามีความสำคัญ

ต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในช่วงปลายปี 2558 เป็นต้นมา เนื่องจากศาสนาถูกจัดอยู่ในเสาหลักเรื่อง

ประชาคมทางสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนด้วย เพราะประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงนับถือศาสนาพุทธ

อีกทั้งยังมีพรมแดนประเทศเชื่อมติดกันจึงมีวิถีชีวิตด้านภาษาคล้ายกัน สร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม

เศรษฐกิจและการเมือง

เมื่อวันที่ 9–10  ส.ค. 2560 นายพงษ์ศักดิ์  ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น นายภิญโญ ประกอบผล รอง

ผวจ.ขอนแก่น ได้มาเป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพพระนักเผยแผ่เขตลุ่มแม่น้ำโขง (ไทย, ลาว,

เมียนมา, กัมพูชา, เวียดนาม และ จีน) ครั้งที่ 5 ณ ศูนย์วิทยบริการสิรินธร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

วิทยาเขตอีสาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ โรงแรมอวานี อ.เมือง จ.ขอนแก่น  โดยพระครูสุธีจริยวัฒน์

ดร.รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ได้ดำเนินการซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการคือ

พระนักเผยแผ่ประเทศไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม จีน จำนวน 40 รูป พระภิกษุสงฆ์ สามเณร พระนัก

เผยแผ่ในประเทศไทย จำนวน 100 รูป  คณาจารย์ พระนักศึกษา นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช

วิทยาลัยวิทยาเขต จำนวน 300 รูป/คน

และนักวิชาการ นักการศาสนา คณาจารย์ นักศึกษาสถาบันอุดมศึกษาใน จ.ขอนแก่น จำนวน 60 คน ถือเป็นการ

สร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่คู่ชาวพุทธศาสนิกชน และ พระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงจับมือร่วมสรรค์

สร้างสันติภาพโลก

นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า โครงการพัฒนาศักยภาพพระนักเผยแผ่เขตลุ่มน้ำโขงฯมี

วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพพระนักเผยแผ่ในประเทศแถบลุ่มน้ำโขง เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ระหว่างพระสงฆ์ในประเทศแถบลุ่มน้ำโขง ทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้แก่คณาจารย์

นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการศาสนา ได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

และเป็นการสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่คู่ชาวพุทธศาสนิกชนสืบไป ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักกับ

ภาพที่พระสงฆ์อาเซียนโดยเฉพาะลุ่มแม่น้ำโขงจะได้มีการประชุมเพื่อสร้างศักยภาพในการเป็นผู้นำทางด้าน

จิตใจให้กับประชาชนในภูมิภาคนี้และเป็นตัวอย่างให้กับชาวโลก

พระครูสุธีจริยวัฒน์ ดร.รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน กล่าวว่า โครง การดัง

กล่าวเกิดขึ้นมา เพื่อเป็นการหารือถึงอุปสรรคที่เป็นการเผย แผ่พระพุทธศาสนาในเขตลุ่มแม่น้ำโขง

เพราะปัจจุบันสื่อดิจิตอลเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมนุษย์ในสังคมโลกอย่างมาก ไม่เฉพาะกับทางโลกเท่านั้นที่

ต้องเท่าทันสื่อ พระสงฆ์ก็ต้องรู้เท่าทันสื่อดิจิตอลเช่นเดียวกัน

ในการประชุมโครงการพัฒนาศักยภาพพระนักเผยแผ่เขตลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 5 ได้สรุปเป็นสังเขปว่าปัจจุบัน

ความท้าทายเป็นเรื่องที่ต้องแสวงหาความรู้ใหม่เพื่อนำมาสู่การพัฒนา โดยเฉพาะในยุคไทยแลนด์ 4.0 ดังนั้น

ผลสะท้อนถึงความท้าทายในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเขตลุ่มน้ำโขง ซึ่งเป็นยุคไทยแลนด์ 4.0 จึงมีเรื่อง

องค์ความรู้เป็นเรื่องแรกที่เป็นสิ่งที่ท้าทายถึงการที่จะเผย แผ่พระพุทธศาสนา เพราะทุกวันนี้การที่จะเทศน์อย่าง

เดียวไม่ได้ จะต้องมีการใช้เทคโนโลยีในการให้กลุ่มคนทุกกลุ่มเข้าถึงการฟังเทศน์ การเข้าถึงธรรมะในรูปแบบ

ต่าง ๆ อาจจะเป็นการใช้สื่อออนไลน์ในการถ่ายทอดธรรมมะ

ฉะนั้นแล้ว ความท้าทายยุคไทยแลนด์ 4.0 กับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเขตลุ่มน้ำโขง พระสงฆ์ใน

ประเทศเขตลุ่มน้ำโขง จะต้องสร้างองค์ความรู้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาร่วมกัน โดยใช้หลักคำสอนของ

พระพุทธเจ้าเป็นแกนหลักในการสร้างมิติทางการเผยแผ่รูปแบบใหม่ร่วมกัน เพื่อให้หลักธรรมคำสั่งสอนใน

พระพุทธศาสนาแพร่หลายออกไปในทุกสารทิศ มีผู้ศรัทธาเลื่อมใส เคารพ ยำเกรง ในพระรัตนตรัย น้อมนำเอา

หลักธรรมในพระพุทธศาสนาไปประพฤติปฏิบัติ โดยยึดหลักประโยชน์ และความสุข ของปวงชนเป็นสำคัญ

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here