ประโยชน์ของปลาหมึกทะเล ที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 และสารอาหารที่ดี!

0
289

ปลาหมึกขึ้นชื่ออาหารทะเลอยู่แล้ว ใครๆก็ชอบกิน ยิ่งปลาหมึกสดๆเอามาย่าง มีน้ำจิ้มรสเด็ดล่ะก็ โอ๊ย…มันก็จะ

ฟินๆไปอีกเลยแหละเพื่อนๆ ใครจะไม่ชอบปลาหมึกใช่ไหมละค่ะ เราเอาข้อมูลดีๆมาฝาก ว่าปลาหมึกที่เราชอบ

กินนั้นมีประโยชน์ มีสารอาหารต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้าง ไปดูประโยชน์ของปลาหมึกกันเลยค่ะ

ประโยชน์ของปลาหมึก

” หมึก” หรือ “ปลาหมึก” (Squid) ที่หลายคนรู้จักกันดีถือเป็นอาหารทะเลอีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาประกอบ

อาหาร ทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ จุดเด่นของปลาหมึกคือสามารถนำมาประยุกต์รับประทานได้หลาก

หลาย ไม่ว่าจะเป็นผัด ทอด ต้ม หรือนำมาแปรรูปทั้งแบบแห้งและแบบดอง ในบางประเทศอย่างเกาหลีและญี่ปุ่น

ก็ยังนิยมนำปลาหมึกมารับประทานกันแบบสดๆ แกล้มกับเครื่องดื่มโซจู (Soju) หรือสาเกในงานสังสรรค์อีกด้วย

ประโยชน์ของปลาหมึก อุดมด้วยโอเมก้า 3

อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ยังมีความเชื่อว่าปลาหมึกเป็นอาหารที่ยิ่งรับประทานยิ่งอ้วนเพราะมีคอเลสเตอรอลสูง

ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่าในปลาหมึกมีคอเลสเตอรอลสูงจริงแต่ก็มีปริมาณไขมันกลุ่มโอเมก้า3 อยู่จำนวน

มากเช่นกัน โดยโอเมกา 3 ในปลาหมึกจะทำหน้าที่ยับยั้งปริมาณคอเลตเตอรอลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้จึง

อาจกล่าวได้ว่าคอลเลตเตอรอลในปลาหมึกไม่มีผลเสียใดๆกับร่างกายหากรับประทานให้เหมาะสมเปรียบเทียบ

กับเนื้อหมูหรือเนื้อวัวด้วยแล้ว จะพบว่าปลาหมึกทำให้เป็นโรคหัวใจหรือคอลเลตเตอรอลสูงได้น้อยกว่าเพราะ

เนื้อหมูและวัวนั้นไม่มีโอเมก้า 3 นั่นเอง

ดูแลสุขภาพด้วย 4 คุณประโยชน์ของปลาหมึก

1.ปลาหมึกมีโอเมกา 3 ที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยโอเมกา 3 ในปลาหมึกนั้นมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็ก

ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านสติปัญญา ช่วยเพิ่มสมาธิและความจำอีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการป้องกันการอักเสบ

ของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ นอกจากนี้โอเมกา 3 ยังมีประโยชน์กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ โดยมีงานวิจัยระบุว่ากรด

ไขมันโอเมกา 3 ในส่วนของ DHA นั้นสามารถส่งผลต่อระบบสายตา ประสาทและสมองของทารก โดยเฉพาะใน

ช่วงสามเดือนแรกก่อนคลอด ดังนั้นหากคุณแม่ท่านใดรับประทานปลาหมึกในปริมาณที่เหมาะสม ทารกในครรภ์ก็

จะได้รับโอเมกา 3 ตั้งแต่ในท้องไปด้วย

2.ประโยชน์ของปลาหมึกช่วยให้ใบหน้าเปล่งปลั่งดูอ่อนกว่าวัย เนื่องจากในอาหารทะเลจะมีปริมาณคอลาเจนอยู่

ค่อนข้างสูง ผู้รักสุขภาพและความงามหลายท่านจึงนิยมรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปลาน้ำลึกจำพวกหูฉลาม

หรือครีบฉลาม แต่ก็มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นปลาหมึกจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะปลาหมึกเป็นอาหารที่

ปริมาณคอลาเจนสูงและยังดูดซึมได้ง่ายเมื่อเทียบกับหูฉลามหรือตีนไก่ นอกจากนี้ในปลาหมึกยัง

คลอเรสเตอรอลชนิดดีที่มีส่วนช่วยในการจะบำรุงผิวหนัง ทำให้ผิวหน้ากระชับเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น ช่วยรักษาสิว

และจุดด่างดำ

3.ปลาหมึกช่วยป้องกันโรคคอพอกหรือภาวะขาดสารไอโอดีน โดยปกติแล้วโรคคอพอกเป็นโรคที่เกิดจากความ

ผิดปกติของต่อมไทรอยด์ เนื่องจากร่างกายขาดไอโอดีนทำให้ผู้ป่วยมีอาการคอโตหรือคอพอกตามมา ดังนั้น

การรับประทานอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาหมึกจะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคคอพอกได้ เนื่องจากปลาหมึกจะ

มีปริมารไอโอดีนสูงโดยปลาหมึกน้ำหนัก 100 กรัม จะมีปริมาณไอโอดีนสูงถึง 54 ไมโครกรัม แม้ไอโอดีนจะเป็น

สารอาหารที่ร่างกายต้องการไม่มากนัก แต่หากรับประทานไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้

4.ปลาหมึกมีประโยชน์สามารถยับยั้งเนื้องอกได้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าปลาหมึกเป็นอาหารสารพัดประโยชน์จริงๆ

โดย นอกจากตัวปลาหมึกจะมีไอโอดีน คอลาเจนหรือ โอเมกา 3 แล้วหมึกของปลาหมึกก็ยังมีกรดอะมิโนที่

จำเป็นต่อร่างกายและมีสารยับยั้งเนื้องอกในร่างกายอีกด้วย โดยในน้ำหมึกของปลาหมึกที่เรียกว่า squid ink จะ

มีสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ ชนิดเปปไทด์ซึ่งปลาหมึกจะใช้หมึกนี้พ่นใส่ศัตรู เป็นการ

พรางตัวและเอาตัวรอด โดยนักวิจัยได้นำหมึกของปลาหมึกมาวิจัยถึงคุณค่าทางโภชนาการและพบว่า

peptidoglycan ซึ่งเป็นส่วนประกอบย่อยในน้ำหมึกดังกล่าว มีคุณสมบัติพิเศษในการยับยั้งการเกิดเนื้องอกใน

ร่างกายของหนูทดลอง ตามร้านอาหารต่างๆจึงเริ่มมีการนำหมึกของปลาหมึกมาผสมกับอาหารไม่ว่าจะนำมาเป็น

น้ำซอสราด ผสมเป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นดำหรือพาสต้าที่เป็นเมนูรักสุขภาพที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน

กินปลาหมึกอย่างไร…ให้เกิดประโยชน์ ไม่เกิดโทษต่อร่างกาย

จะเห็นได้ว่าปลาหมึกเป็นอาหารที่มีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างมาก แต่หากรับประทานมากเกิน

ไปก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายเนื่องจากในปลาหมึกมีปริมาณ “แคชเมียม” ซึ่งเป็นโลหะหนักที่มักจะพบใน

อุตสาหกรรมสิ่งทอ และยังสะสมในดินหรือตะกอนใต้น้ำ โดยสารเหล่านี้มีอยู่ในตัวของหมึกที่อาศัยตามแหล่งน้ำ

ธรรมชาติและจะสะสมในร่างกายหากมนุษย์มีกรรมวิธีในการปรุงอาหารไม่เหมาะสม โดยเฉพาะหมึกกระดองและ

หมึกสายที่จะหากินบริเวณน้ำตื้นจะพบปริมาณแคชเมียมที่มากกว่าหมึกที่หากินน้ำลึกอย่างหมึกกล้วย

ดังนั้นจึงควรเลือกชนิดของหมึกในการรับประทาน อย่างไรก็ดี แคชเมียมจะสะสมบริเวณลำไส้มากกว่าเนื้อ

เพราฉะนั้นหากควักไส้ปลาหมึกทิ้งก็จะลดปริมาณแคชเมียนได้พอสมควรนั่นเอง และสุดท้ายสิ่งที่เป็นอันตราย

คือกระบวนการเก็บรักษา โดยส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าจะใช้ ‘ฟอร์มาลีน’ เพื่อไม่ให้สินค้าเน่าเสีย หากใช้ในประมาณ

มากๆก็ตกค้างในสินค้าและเมื่อนำมาประกอบอาหารก็จะเกิดการสะสมของ ‘ฟอร์มาลีน’ ในร่างกายและก่อให้เกิด

มะเร็งได้ในอนาคต

กินปลาหมึก อ้วนไหม

จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดก็คงจะสามารถคลายความกังวลของผู้ที่อยากจะรับประทานปลาหมึกแต่กลัวอ้วน

กลัวคอแลตเตอรอลให้คลายความกังวลใจได้บ้าง อย่างไรก็ตามอาหารทุกอย่างต่อให้มีประโยชน์มากแค่ไหน

หากรับประทานมากเกินไปย่อมก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายไม่มากก็น้อย ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรรับประทานแต่

พอดี ใส่ใจในกระบวนการปรุงอาหารให้สุกสะอาด รับรองว่าเมนูหมึกของทุกท่านจะได้ทั้งประโยชน์และความ

อร่อยไปแบบเต็มๆ แน่นอน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here