ปัจจัยเสี่ยงของการก่อเกิดมะเร็ง7 ปัจจัยหลักๆในการดำรงชีวิตประจำวัน

0
53

โรคมะเร็ง

เกิดจากสาเหตุหลาย ๆ ปัจจัยร่วมกัน เช่น สภาวะแวดล้อม ลักษณะการดำเนินชีวิต กรรมพันธุ์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบปัจจัยหลายอย่างที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ในจำนวน 80% ของผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง

มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ อาหาร เครื่องดื่ม การได้รับรังสีหรือสารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อม หรือสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานน้อย ทำให้ได้รับผลจากสิ่งเหล่านี้ได้ง่าย

ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างนั้นสามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น กรรมพันธุ์นั้นวิธีการป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแต่ละคนมีปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งต่างกันหาก

สามารถป้องกันตนเอง โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และรับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อว่าเมื่อมีมะเร็งเกิดขึ้นแล้ว สามารถตรวจพบได้ก่อนในระยะเริ่มแรก และรีบทำการรักษา ก็มีโอกาสหายขาดได้

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง

 1. บุหรี่ 

เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง การสูบบุหรี่หรือการอยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่ ส่งผลให้เป็นมะเร็ง และโรคระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ และถึงแก่ชีวิตได้โอกาสที่จะเป็นมะเร็งปอดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณ ชนิด และระยะเวลาที่สูบ เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่วันละ1ซอง

มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปอดได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 10 เท่า และมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งชนิดอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น มะเร็งภายในช่องปากกล่องเสียง หลอดอาหาร ตับอ่อน กระเพาะปัสสาวะ ไต และปากมดลูก อัตราเสี่ยงจะลดลงหากลดหรือเลิกสูบ และจะลดลงเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นการใช้บุหรี่ชนิดที่เป็นหมากฝรั่ง หรือยานัตถ์

ก็อาจเป็นสาเหตุของมะเร็งในช่องปาก ผู้ที่สูดเอาควันบุหรี่ในบริเวณที่มีผู้สูบบุหรี่ จะเพิ่มอัตราเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับผู้สูบบุหรี่ หากท่านสูบบุหรี่ ไม่ว่าในรูปแบบใด หากต้องการจะเลิก ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้าร่วมในโครงการเลิกบุหรี่ ตามโรงพยาบาลหรือหน่วยงานต่าง ๆ

2.อาหาร

การรับประทานอาหารบางประเภท อาจมีโอกาสก่อให้เกิดมะเร็งได้ จากการศึกษาพบว่า อาหารที่มีไขมันสูงมีส่วนทำให้เกิด มะเร็งต่าง ๆ เช่น มะเร็งเต้านม ลำไส้ มดลูก และต่อมลูกหมาก

ฉะนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารให้ครบถ้วนและสมดุล โดยเฉพาะอาหารที่มีเส้นใย วิตามิน และเกลือแร่ ในขณะเดียวกันควรลดอาหารที่มีไขมันสูง ไข่ เนื้อติดมัน นมที่มีไขมันสูง เนย ครีม มาการีน และน้ำมันพืช ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง

3.แสงอุลตร้าไวโอเล็ต

แสงจากดวงอาทิตย์ หรือจากแหล่งอื่น ๆ อาจทำลายผิวหนังและก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดในช่วงเวลา 11.00-15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่แสงแดดแรงจัด และควรใช้อุปกรณ์ป้องกันแดด เช่น สวมเสื้อแขนยาว สวมหมวกหรือใช้ครีมกันแดดที่มี SPF มากกว่า 15

4.แอลกอฮอลล์

การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก มีโอกาสเป็นมะเร็งในช่องปาก ลำคอ หลอดอาหาร และกล่องเสียงได้ นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังไปทำลายตับและมีโอกาสเป็นมะเร็งตับได้ จากการศึกษาพบว่า แอลกอฮอล์นั้นมีส่วนเพิ่มโอกาสทำให้เป็นมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน

5.รังสี 

รังสีเอกซเรย์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค เพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ แม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่หากได้รับรังสีซ้ำ ๆกันหลาย ๆครั้ง

อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นจึงควรสอบถามแพทย์ถึงความจำเป็นของการฉายเอกซเรย์ และปฏิบัติตามข้อควรระวังในการฉายรังสีอย่างเคร่งครัด

6.สารเคมีและสารอื่น ๆ

การสัมผัสสารต่าง ๆ เช่น โลหะ ฝุ่น สารเคมี ยาฆ่าแมลงเป็นเวลานาน ๆ อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ ตัวอย่างของสารก่อมะเร็ง ได้แก่ นิคเกิล แคดเมียม ยูเรเนียม เรดอน ไวนิลคลอไรด์ เบนซิดีน และเบนซิน

สิ่งสำคัญของผู้ทำงานคือ ปฏิบัติตามกฏของความปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารดังกล่าว

7.ฮอร์โมน 

ผู้หญิงที่ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนควบคุมอาการร้อนวูบวาบ หรืออาการเสื่อมของกระดูก ซึ่งมักจะเกิดในวัยหมดประจำเดือนจากการศึกษาพบว่า การใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน

ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งมดลูก และมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันฮอร์โมนชนิดนี้ก็มีประโยชน์ ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และโรคกระดูกเสื่อมได้ อัตรเสี่ยงของการเกิดมะเร็งมดลูกจากการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงได้

หากใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนควบคู่ไปด้วย แต่นักวิจัยได้เสนอว่าการใช้โปรเจนเตอโรน อาจเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here