ปั่นอย่างไรให้สุขภาพดีและลดน้ำหนักได้

0
71

การปั่นจักรยาน

ถือเป็นการออกกำลังกายแบบพื้นฐานที่ทำได้ง่าย ทำได้บ่อย แค่มีจักรยานสักคันแบบไหนก็ได้ก็ออกกำลังได้

แล้วช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ทำให้นอนหลับได้สนิทและช่วยลดความเสี่ยงการ

เกิดโรคอื่นๆมากมาย

การปั่นจักรยานสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการปั่นจักรยานเพื่อการแข่งขัน การปั่นจักรยานเพื่อการออก

กำลังกายและการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก ซึ่งแน่นอนในทุกรูปแบบของการการปั่นจักรยานเราจะได้เผา

ผลาญพลังงาน น้ำ กล้ามเนื้อ และไขมันออกไป โดยปริมาณการเผาผลาญนั้นจะมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับ

ความเร็วในการปั่นจักรยาน น้ำหนักตัว เพศ อายุ และระยะทางที่การปั่นจักรยานนั่นเอง

การปั่นจักรยานควรเริ่มต้นอย่างช้าๆ

มีข้อแนะนำสำหรับผู้เริ่มปั่นจักรยานใหม่ๆและคนที่ไม่ได้ออกกำลังเป็นประจำว่า ควรเริ่มปั่นจักรยานอย่างช้าๆ

แล้วเพิ่มความเร็วขึ้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความฟิตของแต่ละบุคคลด้วย) และเมื่อร่างกายฟิตขึ้นจึงค่อยๆเพิ่มความเร็ว

ขึ้น อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการป้องกันอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ควรเริ่มด้วยการปั่นจักรยานแบบช้าๆทุกครั้งเพื่อ

เป็นการอบอุ่นร่างกาย และ เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการใช้งาน

ความเร็วกับน้ำหนักตัวส่งผลกับการเผาผลาญพลังงาน

การเผาผลาญพลังงานที่ได้จากการปั่นจักรยานนั้น จะมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับความเร็วที่ปั่นจักรยานระยะทาง

และน้ำหนักตัวของผู้ปั่นจักรยานด้วย คนที่มีน้ำหนักตัวมากจะใช้พลังงานมากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยเพราะ

ต้องใช้พลังงานในการเคลื่อนไหวร่างกายที่ใหญ่กว่านั่นเอง

การเผาผลาญพลังงานและไขมันในขณะปั่นจักรยาน

อย่างที่บอกการเผาผลาญพลังงานของร่างกายไม่ได้ใช้การเผาผลาญพลังงานจากแป้งในกล้าม

เนื้อ(ไกลโคเจน) หรือไขมันอย่างใดอย่างนึงเพียงอย่างเดียว แต่ร่างกายจะใช้พลังงานจากทั้งสองแหล่งใน

ปริมาณที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและกิจกรรมการออกกำลังกาย

ตอนเริ่มปั่นจักรยานร่างกายจะใช้พลังงานจากแป้งในกล้ามเนื้อ(ไกลโคเจน) เป็นพลังงานต้น จากนั้นเมื่อการ

หายใจเป็นปรกติและมีออกซิเจนเพียงพอ (การปั่นจักรยานแบบช้าๆจะหายใจได้เป็นปรกติหายใจได้เต็มที่) หรือ

ที่เรียกว่าการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic Exercise) ร่างกายจะค่อยๆใช้พลังงานจากไขมันใน

ปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งกลไกนี้อาจใช้เวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที

ในขณะที่การปั่นจักรยานเร็วๆจะทำให้เราหายใจเอาออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดต่ำกว่า ช่วงหายใจสั้นกว่าหรือ

เรียกว่าการออกกำลังกายโดยไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Exercise) เมื่อออกซิเจนไม่เพียงพอที่จะทำให้

กระบวนการเผาผลาญไขมันทำได้ทันการใช้งาน ร่างกายจึงใช้พลังงานจาก กล้ามเนื้อ(ไกลโคเจน) สูงกว่า

ปั่นจักรยานช้าหรือเร็วอันไหนได้ผลมากกว่า

มาถึงตรงนี้ต้องมองว่าเป้าหมายของผู้ปั่นจักรยานต้องการสิ่งไหนมากกว่ากัน หากต้องการลดไขมันในร่างกายก็

ควรปั่นจักรยานช้าๆเพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญเอาไขมันมาใช้ได้มากกว่า (แต่ต้องใช้เวลาให้มากพอ) แต่ถ้า

มองถึงเรื่องกล้ามเนื้อและความฟิตของร่างกาย การปั่นจักรยานเร็วๆก็จะตอบโจทย์ได้มากกว่า จากเหตุผลดัง

กล่าวผู้รู้ส่วนใหญ่จึงนำเอาข้อดีของทั้งสองการปั่นจักรยานมาแนะนำ  คือการฝึกแบบปั่นจักรยานช้าสลับเร็ว

(Interval training) เพื่อให้ร่างกายได้ทั้งการเผาผลาญไขมัน และได้ความฟิตของร่างกายไปพร้อมๆกัน

สำคัญที่สุดไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ขอให้ปั่นจักรยาน

ถ้าหากต้องการให้การลดน้ำหนักและลดไขมันได้ผล การปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายแบบ Aerobic ถือ

เป็นสิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้ หากเลือกการปั่นจักรยานมาใช้เผาผลาญไขมัน ควรเลือกความเร็วที่เราทำได้

อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ทำอย่างน้อย 40 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ และหมั่นปรับแผนการปั่นจักรยานทุกๆ

4 สัปดาห์ โดยเพิ่มที่ความหนักเพิ่มความถี่หรือเพิ่มระยะเวลา ตามความแข็งแรงของร่างกายที่เพิ่มขึ้น

หรือเลือกการปั่นจักรยานแบบช้าสลับเร็ว ซึ่งวิธีการนี้ไม่ว่าจะปั่นจักรยานช้าหรือเร็วคุณก็จะสามารถเห็น

พัฒนาการของร่างกายและสามารถลดได้ตามเป้าหมายได้อย่างไม่ยากเย็น และที่สำคัญอย่าลืมเรื่องโภชนาการ

หากคุณออกกำลังกายแต่กินเข้าไปเยอะกว่า คุณก็ไม่ต่างกับหมูที่แข็งแรง

จะช้าหรือเร็วก็ขอให้ออกไปปั่นจักรยานกันเยอะๆน่ะค่ะเพื่อสุขภาพขอองตัวเราเองค่ะ

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here