ผลของกรรมเกิดจากกระทำของตัวเราเอง กรรมดี กรรมชั่ว อยู่ที่ทำตัว

0
127

กรรม

กรรมคือ อะไร? กรรมคือ การกระทำ การกระทำนั้นมี ๒ อย่างคือ………

๑. การกระทำกรรมดี

๒. การกระทำกรรมชั่ว

การกระทำกรรมดี  เป็นการกระทำที่เป็นบุญหรือเป็นกุศล

การกระทำกรรมชั่ว  เป็นการกระทำที่เป็นบาปหรือเป็นอกุศล

ถ้าหากบุญกุศลส่งผลเมื่อไรเราก็จะพบกับความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสมหวัง ความคล่องตัว มีกำไร

ป่วยอยู่ก็จะหายป่วย ที่หน่ายอยู่ก็จะกลับมารัก ฯลฯ …… ถ้าหากบาปอกุศลส่งผลเมื่อไรเราก็

จะพบกับความทุกข์ ความเสื่อม ความล้มเหลว ความผิดหวัง การติดขัด ขาดทุน ป่วยอยู่ก็จะตาย ที่รักอยู่ก็แหนงหน่าย ฯลฯ

ฉะนั้นคำว่า

” กรรม ” หมายถึงความดีและความไม่ดีด้วยเพราะกรรมคือการกระทำ ส่วนการส่งผลของกรรมนั้น มีทั้งกรรมหนัก

และกรรมเบา กรรมจะส่งผลหนักหรือจะส่งผลเบานั้นขึ้นอยู่กับว่า การประกอบ

กรรมหรือทำกรรมนั้นมีเจตนาทำ(ตั้งใจหรือจงใจทำ) หรือ ไม่มีเจตนาทำ(ไม่ตั้งใจทำ) ถ้าหากเราตั้งใจทำความดีผลของ

ความดีก็จะส่งผลมาก ตรงกันข้ามถ้าหากเราไม่ได้ตั้งใจที่จะทำความดี ผลของความดีก็จะส่งผลน้อยหรือไม่ส่งผลเลย

ถ้าเราตั้งใจหรือมีเจตนาที่จะประกอบกรรมชั่วหรือทำความชั่ว ผลของการกระทำความชั่วของเราก็จะส่งผลให้กับเรามาก

แต่ถ้าหากเราไม่มีเจตนาหรือไม่มีความตั้งใจที่จะทำความไม่ดีหรือความชั่ว เราก็จะได้รับผลของความชั่วหรือความไม่ดี

น้อยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความดี (บุญกุศล)หรือการกระทำความไม่ดี(บาปอกุศล)ของเรามาจากการกระทำของเรา

ได้ ๓ ทางคือ ……

๑. การกระทำทางกาย

๒. การกระทำทางวาจา

๓. การกระทำทางใจ

การกระทำทางกาย หมายถึง การใช้ร่างกายทำกรรมหรือประกอบกรรมหรือลงมือทำนั่นเอง

การกระทำทางวาจา หมายถึง การใช้วาจา คำพูด ทำกรรมหรือประกอบกรรม

การกระทำทางใจ หมายถึง เกิดจากความนึกคิดหรือการใช้ความนึกคิดทำกรรมหรือประกอบกรรม

ผลของกรรมจะเกิดก็ต่อเมื่อ การกระทำกรรมหรือประกอบกรรมนั้นๆของตัวเราและหรือคนอื่นๆ ทำให้ตัวของเราและหรือคน

อื่นเดือด ร้อน ไม่สบายใจและเป็นทุกข์ จุดเริ่มต้นของการประกอบกรรมหรือการทำกรรมนั้น จะเริ่มจากทางใจหรือทางความ

นึกคิดของเราก่อน พอคิดบ่อยๆเข้า ก็จะส่งผลไปให้วาจาทำกรรมหรือประกอบกรรมขึ้น พอพูดบ่อยๆเข้าทีนี้ก็ใช้กายหรือ

ร่างกายของเราทำกรรมหรือลงมือทำเลย การประกอบกรรมโดยการกระทำทางกายและทางวาจาทำให้เกิด เจ้ากรรมนายเวร

ส่วนการประกอบกรรมที่ใช้หรือเกิดจากความนึกคิดของเรา ไม่มีเจ้ากรรมนายเวร แต่จะเป็น วิบากกรรม กรรมที่เกิดจากหรือ

มีเจ้ากรรมนายเวรนั้น เราสามารถที่จะทำการแก้ไขได้ ถ้าหากบุคคลคนนั้นมีอภิญญาจิต มีศีลที่บริสุทธิ์และมีธรรมเพราะจะ

เป็นสิ่งที่สำคัญที่ใช้ในการเจรจาหรือชี้แนะให้กับเจ้ากรรมนายเวร ไม่เช่นนั้นเจ้ากรรมนายเวรเขาจะไม่ยอมและเชื่อฟังเรา

ถ้าหากเจ้ากรรมนายเวรของใครที่ยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนต้องแก้เอง แก้โดยทั้งคู่อโหสิกรรมให้ซึ่งกันและกัน เพื่อผลของกรรมจะ

ไม่ได้ต่อเนื่องและก็ข้ามภพข้ามชาติต่อไปอีก ถ้าเราขอหรือให้อโหสิกรรมกับเขาแล้วแต่เขาไม่ยอม เราไม่คิดติดใจอะไรแล้ว

แต่เขายังมีและคิดผูกโกรธ อาฆาตพยาบาทอยู่คนเดียวมันก็จะกลายเป็นมโนกรรมของเขาและจะเป็นวิบากกรรมติดตัวเขา

คนเดียวต่อไปถ้าหากเขาไม่หยุดนึกคิดนั้นเสีย กรรมทางกายและทางวาจานั้นกระทำไปแล้วยังมีคนรู้เทวดาเห็น ส่วนกรรม

ทางจิตใจ ทางความรู้สึกนึกคิดของเรานั้น ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น นอกจากตัวของเราเองเท่านั้น ใครจะคิดดีหรือคิดไม่ดีมันก็

จะเก็บเอาไว้ในจิตในใจของคนๆนั้นตลอดไป สะสมกันไปดีบ้างไม่ดีบ้าง เป็นบุญบ้างเป็นบาปบ้างแล้วแต่อะไรจะมากกว่ากัน

ถ้าอะไรมีมากกว่าอันนั้นก็ส่งผลก่อนและก็ทำให้อย่างอื่นรอบข้าง ที่มีพลังอำนาจเหมือนกันส่งผลเพิ่มเข้ามาอีกนี่เเหละ

วิบากกรรม วิบากกรรมนี้แก้ไม่ได้ ดังคำกล่าวในทางพระพุทธศาสนาที่ว่า ” ทำกรรมสิ่งใดย่อมได้รับผลอย่างนั้น ปลูกพืชชนิด

ไหนก็ย่อมได้ผลของพืชชนิดนั้น ” เป็นกรรมที่ทำให้เราต้องมาเวียนเกิดเวียนตายกันไม่รู้จบและส่งผลให้เราทั้งทุกข์และ

สุขคละกันอยู่ในทุกวันนี้ จึงเป็นเหตุที่ต้องให้มีพระพุทธเจ้า จึงต้องมีการเรียนรู้และศึกษาธรรม จึงต้องมีการฝึกจิตฝึกสมาธิกัน

เพื่อยกจิตให้สูงขึ้นไม่ให้ตกต่ำ ฝึกจิตมุ่งสู่การหลุดพ้น ( พระนิพพาน ) กรรมชนิดนี้ถ้าเข้าพระนิพพานเมื่อไรก็จะกลายเป็น

อโหสิกรรมทันที วิบากกรรมนี้ทุกคนต้องแก้เอง ไม่มีใครช่วยเราได้เลย ไม่ต้องวิ่งเสาะแสวงหาให้คนอื่นช่วยเหลือ

ก็ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนี้แหละ เพราะบุญกุศลบารมีต้องสร้างและทำเอาเอง ไม่มีวางขายไม่มีแจกและไม่มีแถม คนอื่นๆเป็น

ได้แค่คนที่ชี้แนะแนวทางให้เราเท่านั้นนอกจากนี้ยังมีกรรมที่ได้รับจากพ่อและแม่ของเราอีก เรารับมาทั้งสองฝ่ายๆละ ๒๕%

รับเมื่อเราเริ่มปฏิสนธิในครรภ์มารดา รวมเป็น ๕๐% ติดตัวของเรามาอีก ๕๐% รวมก็เป็น ๑๐๐% มีทั้งส่วนที่เป็นกุศล(ดี)

และอกุศล(ไม่ดี) ถ้าหากเกิดมามีส่วนที่ดีมากเราก็จะสบายไม่ทุกข์ร้อนอะไร แต่ถ้าหากตอนนี้เราทุกข์ยากลำบาก ไม่สบาย

มีปัญหา ก็แสดงว่าอกุศล(ไม่ดี) มันส่งผลให้กับเราแล้ว วิธีแก้ของเราก็คือการสร้างบุญสร้างกุศล สร้างความดีให้มากๆเพื่อ

จะได้ไปกดทับพลังที่ไม่ดี(อกุศล)ไม่ให้มันส่งผลเท่านี้เองก็หมดปัญหา แต่การกระทำตรงนี้เราต้องมีและใช้ความเพียร

พยายามและความอดทนมากจึงจะสำเร็จ ไม่เหมือนกับการทำความไม่ดีหรือทำความชั่วใช้ความเพียรน้อยแต่ส่งผลมาก

และเร็ว พอกรรมวิบากที่เป็นฝ่ายไม่ดีนี้ส่งผลเมื่อ ไร อย่างอื่นที่ไม่ดีก็จะแทรกทันที เช่น เจ้ากรรมนายเวรที่รอจังหวะที่จะ

เล่นงานเราอยู่ มารหรือซาตานก็จะมีพลังเพิ่มขึ้น คุณไสยมนต์ดำ ลมเพลมพัดก็จะเข้าแทรกได้ทันที จิตวิญญาณต่ำก็

เข้าแฝง ที่เขาเรียกว่า ” ดวงตก ” พอดวงตกผีก็ซ้ำ มารก็ขวาง วิญญาณก็แทรก ทุกข์ทั้งกายทั้งใจเลยละทีนี้ อย่าวิ่งไป

หาและขอความช่วยเหลือจากใครเลย เร่งสร้างบุญบารมีกันเถอะ จะได้หมดทุกข์หมดโศกมีแต่ความสุขกันทุกๆคนเสียที ………

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here