ผามออีแดงเป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ

0
69

ภาพเขาพระวิหารตั้งแต่ช่วงมัธยมต้นของเราผุดขึ้นมาในความทรงจำ หลังจากที่ตอนนี้ผ่านมานานหลายปีแล้ว

คนไทยไม่ได้มีโอกาสไปชมความงามบนนั้นอีกเลย มีเพียงจุดชมวิวผามออีแดง ที่เป็นเสมือนจุดที่ทำให้เราได้

เมืองมองให้ไปยังปราสาทลิบๆ อยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้เราอยากกลับไปที่ผามออีแดงอีกครั้ง

ครั้งนี้ตั้งใจมากที่จะไปดูทะเลหมอกแห่งอีสานใต้ ที่ไม่อยากเชื่อว่าฤดูฝนที่นี่ก็มีทะเลหมอกด้วยไปดูกันค่ะ

การไปเยือน ผามออีแดง อีกครั้ง ครั้งนี้พิเศษกว่าเดิมเมื่อครอบครัวของเราไปกันพร้อมหน้า จริงๆ ก็ไม่ได้

วางแผนอะไรมากค่ะกลับบ้านไปเยี่ยมคุณยายที่สุรินร์ช่วงเข้าพรรษา ด้วยความที่สุรินทร์ก็ไม่มีอะไรเที่ยวเท่าไร

นักนั่งหาข้อมูลก็รู้ว่าช่วงนี้ ผามออีแดง มีทะเลหมอกด้วย จากที่แพลนจะกลับเร็วก็เลื่อนไปอีกวันเพื่อตั้งใจไปที่นี่

โดยเฉพาะมาต่อกันที่แหล่งท่องเที่ยวในภาคอีสานที่หลายๆคนอาจจะรู้จักและเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างนั่นก็คือ

“ผามออีแดง” หลังจากที่เมื่อหลายปีก่อนถูกปิดไม่ให้เข้าเยี่ยมชม ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2551 กระทั่งในปี พ.ศ. 2553

จังหวัดศรีสะเกษได้ร้องขอให้มีการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง วันนี้ทีมงานอีสานร้อยแปด

เราเลยจะพาเพื่อนๆ ไปเปิดหูเปิดตา และปักหมุดเอาไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เราจะต้องไปเยือนให้ได้

ผามออีแดง ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษอยู่

บริเวณใกล้เคียงกับทางเดินขึ้นปราสาทเขาพระวิหาร เป็นหน้าผาสูงชันกั้นเขตแดนประเทศไทยกับประเทศ

กัมพูชา ตลอดแนวผามออีแดงมีระยะประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพของแผ่นดินประเทศ

กัมพูชาที่อยู่ต่ำลงไปอย่างเป็นมุมกว้าง มีฝูงค้างคาวในยามพระอาทิตย์ตกดิน บริเวณใกล้เคียงมีเส้นทางศึกษา

ธรรมชาติชมโบราณสถานสถูปคู่รูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ส่วนบนกลมข้างในเป็นโพรง สำหรับบรรจุสิ่งของสร้าง

ด้วยหินทรายแดง ขนาดกว้าง 1.93 เมตร ยาว 4.2 เมตร ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์

ผามออีแดงเป็นจุดชมทัศนียภาพระหว่างเส้นทางขึ้นสู่เขาพระวิหาร มีลักษณะเป็นหินผาสูงชันและเป็นที่ตั้งหน่วย

ปฏิบัติของทหารพราน ที่ผามออีแดง สามารถชมปราสาทเขาพระวิหาร และประเทศกัมพูชาธิปไตยทางหน้าผา

ทิศใต้พบภาพแกะสลักนูนต่ำบนแผ่นหินรูปพระศิวะ พระอุมา และพระนารายณ์ เป็นศิลปของ อายุราว

พุทธ ศตวรรษที่ 14

ประวัติความเป็นมาของผามออีแดง

ก่อนที่คณะของท่านจะผ่านเส้นทางขึ้นมาท่านจะต้องผ่านหมู่บ้านสุดท้ายตั้งอยู่ติดชายแดน คือ บ้านภูมิซรอล

ภูมิ แปลว่า บ้าน ซรอล แปลว่า ต้นสน ระยะทางจากภูมิซรอล ถึง ผามออีแดง 11 กิโลเมตร ผามออีแดงเป็นเนิน

หน้าผาสูงลาดชัน 45 องศา หรือเดิมเรียกว่าเนิน 45 เมื่อปี พ.ศ. 2504 ได้มีคณะครูแดงจำนวน 30 คน ได้เดินทาง

มาเที่ยวทัศนศึกษาที่ปราสาทเขาพระวิหาร รถของคณะครูแดงได้ประสบอุบัติเหตุบริเวณเนิน 45 จึงทำให้ครูแดง

เสียชีวิต และได้มาปรากฏกายให้เจ้าหน้าที่พบเห็นบ่อยครั้ง จึงเป็นที่เล่าขานกันมา และเรียกติดปากกันมาจนเป็น

ตำนาน “ผามออีแดง” จนถึงปัจจุบัน

ภาพสลักนูนต่ำ

บริเวณผามออีแดง มีภาพแกะสลักนูนต่ำเป็นภาพคน 3 คน ในเครื่องแต่งกายแบบชาวกัมพูชา สร้างขึ้นก่อน

ปราสาทเขาพระวิหาร ราวกลางศตวรรษที่ 11 อายุประมาณ 1,500 ปี มีโบราณวัตถุ (พระพุทธรูปนาคปรก) บริเวณ

จุดสูงสุดของผามออีแดงสามารถมองเห็นทัศนียภาพของปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างชัดเจน

ธงชาติไทย

ผามออีแดง เป็นที่ตั้งของเสาธงชาติไทย ซึ่งเดิมเป็นเสาธงที่ตั้งอยู่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร กระทั่งเมื่อปี

พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้มีคำพิพากษาว่าปราสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้

อธิปไตยของกัมพูชา และประเทศไทยมีพันธะที่จะต้องถอนกำลังทหารหรือตำรวจออกจากปราสาทพระวิหาร

ทำให้ประเทศไทย ต้องถอนกำลังทหารและธงชาติไทย ที่ตั้งอยู่บริเวณดังกล่าว

การถอนธงชาติไทยในครั้งนั้น ประเทศไทยถอนเสาธงออกมาจากพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่ได้ลดธงลงจากยอดเสา

           แต่อย่างใดผามออีแดงเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ บรรยากาศ 

ก็เย็นสบายตลอดทั้งปียิ่งช่วงเข้าหน้าหนาวแล้วยิ่งน่าไปสัมผัสกับบรรยากาศมากๆเลยค่ะ ความสวย

และวิวทิวทัศน์นี้ไม่ต้องพูดถึงค่ะสวยงามมากๆไม่แพ้ทางภาคเหนือเลย อยากให้เพื่อนๆลองไปพักผ่อน

กายและใจสบายๆดูน่ะค่ะไปกับคนรู้ใจหรือครอบครัวมีความสุขแน่นอนค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here