วิธีการกินเจแบบไม่เทสุขภาพ

0
95

เคยเป็นกันไหมคะ กินเจแล้วน้ำหนักขึ้น กินเจแล้วเหมือนตัวบวมๆบอกเลยว่า ช่วงกินเจนี่นอกจากจะได้บุญแล้ว
ถ้ากินแบบไม่ระวังก็อาจจะมีของแถมอย่างอื่นตามมาได้ลองมาเช็คดูสิคะว่าคุณกินเจแบบนี้หรือเปล่า

กินเจแบบเทผัก

อันนี้มาจากหลายปัจจัยรวมกัน ถ้าคุณเองไม่ค่อยทานผักอยู่แล้วก็ไม่พยายามมองหาผักในช่วงกินเจมากเข้าไปอีกนอกจากนี้ผักผลไม้ยังราคาสูงขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงเทศกาลเจผู้ประกอบการก็อาจจะเลือกใส่ผักน้อยลงอาหารเจจึงเต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรตไหนจะพวกเนื้อสัตว์เทียมก็มีส่วนผสมของแป้งคุณอาจกำลังทานคาร์โบไฮเดรตมากกว่าผักผลไม้ และเสี่ยงต่อโรคอ้วนระบบขับถ่ายแย่ลงเพราะไฟเบอร์หายไป ทีนี้คงไม่แปลกใจแล้วใช่ไหมคะว่าทำไมกินเจแล้วน้ำหนักขึ้น

หวานจัด เค็มจัด

ในช่วงกินเจผู้ประกอบการอาจปรุงรสหวานเค็มเพื่อที่จะยืดอายุอาหารแต่คนทานแบบคนไทยก็ชอบด้วย พอขาดเนื้อสัตว์ที่เคยดึงดูดก็เอารสชาติมาช่วย
ทานอาหารรสหวานจัดเค็มจัดมากๆ ก็เสี่ยงโรคไตและความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน

 

ทานอาหารซ้ำๆ วนไป

อันนี้ก็อาจจะเป็นผลพวงของการไม่ทานผักประกอบกับช่วงกินเจหาอะไรทานยากบางคนเลยจะทานอาหารเจที่ชอบอยู่ไม่เกิน 2 เมนูสลับกันไปเรื่อยๆ
เสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายทานอาหารหมักดองเวลาหาอย่างอื่นทานไม่ได้อาหารหมักดองมีโซเดียมสูงมาก หากทานบ่อยๆ จะทำให้เสี่ยงเป็นโรคไตและความดันโลหิตสูงได้ ปกติเราอาจจะทานกันไม่บ่อยแต่ตอนกินเจที่ไม่มีอะไรก็โดนประจำ

อาหารไขมันสูง

อาหารเจที่ขายตามท้องตลาดมีปริมาณไขมันค่อนข้างสูงเพราะมีทั้งเมนูผัด เมนูทอดแถมผู้ประกอบการที่ปรุงอาหารในปริมาณมากๆก็จะใช้น้ำมันมากตามไปด้วย
อาหารไขมันสูงนอกจากจะเสี่ยงต่อน้ำหนักตัวที่อาจพุ่งขึ้นสูงจนน่าตกใจได้แล้ว ยังเสี่ยงต่อโรคไขมันอุดตันเส้นเลือด หรือไขมันพอกตับได้แต่ถ้ากินให้ดีก็มีประโยชน์

vegetables on a market

1.กินเจครบ 5 หมู่

เลือกใช้วัตถุดิบและแหล่งโปรตีนที่หลากหลายในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ข้าวกล้อง ถั่ว เห็ด งา เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน
และหากในเมนูนั้นมีผักควบคู่ไปด้วยก็จะดีมาก

2. ควรเลี่ยงอาหารทอด และปรุงให้น้อย

เน้นกินอาหารนึ่ง ต้ม ตุ๋น และพยายามปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊วน้ำมันหอยสูตรเจ น้ำตาล เกลือ และซอสชนิดต่างๆ ควรใส่ให้น้อยที่สุดหรือหากไม่ใส่เลยก็จะดีมาก
เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดส่วนใหญ่จะมีโซเดียม น้ำตาลหรือไขมันผสมอยู่

3.อย่าหนักทางขนม

อาหารช่วงเทศการกินเจมักจะจืดชืดไม่ค่อยถูกปากบางคนจึงอาจกินอาหารคาวน้อยแล้วไปกินขนมหวานแทนซึ่งขนมในเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่จะหวานจัด จึงควรลดปริมาณการกินลงให้กินเป็นของตบท้าย หรือเป็นมื้อว่างระหว่างวันแทน

 

4.เลี่ยงเครื่องดื่มน้ำตาลสูง

เครื่องดื่มช่วงกินเจโดยเฉพาะในน้ำเต้าหู้ จะมีน้ำตาลมากอยู่แล้วอาจจะลองซื้อแบบน้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่เลยได้ยิ่งดีและนมถั่วเหลืองแบบกล่องที่เป็นสูตรหวานน้อยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งหรืออาจจะพยายามจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำแร่หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

5.เติมพลังระหว่างวัน

จากที่บอกไปแล้วว่าขนมกับเครื่องดื่มช่วงกินเจจะหวานมากลองแก้โดยเพิ่มมื้อว่างเติมพลังระหว่างวัน ทานผลไม้สดที่หวานน้อยพลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร แอปเปิ้ล สับปะรดกล้วย มะละกอ ซึ่งผลไม้ช่วงกินเจเป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีปริมาณน้ำตาลสูงอยู่แล้ว ยกเว้นผลไม้หน้าร้อนขึ้นอยู่กับปริมาณการกินมากกว่าโดยแนะนำให้กินเป็นอาหารว่างระหว่างวันแต่ไม่ควรทานผลไม้แก้หิวแทนมื้ออาหารนั้นๆ

6.อย่าทานซ้ำ

กินผักให้ครบทั้ง 5 สี เช่น สีแดง ขาว เขียว ส้ม เหลือง ม่วงโดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมากินในแต่ละวันไม่ซ้ำกันและไม่ควรเลือกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ
อีกทั้งควรกินผักสดมากกว่าผักดองเพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง

ลองเอาไปใช้กันดูนะคะ จะกินเจทั้งที่ต้องได้ทั้งบุญได้ทั้งร่างกายที่แข็งแรง นอกจากนี้อย่าลืมหาเวลาออกกำลังกายซึ่งจะช่วยเรื่องน้ำหนักได้มากในช่วงกินเจ
เพราะเราจะทานคาร์โบไฮเดรตกันเยอะขึ้นนั่นเอง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here