วิธีแก้กรรม วิบากกรรม จากการเป็นหนี้สินหรือกรรมการเงิน

0
80

“การไม่มีหนี้เลย เป็นลาภอันสุดประเสริฐ” การเป็นหนี้โดยไม่จำเป็นและปัญหาความเดือนร้อนจากการเป็นหนี้

รู้สึกว่าทำอะไรก็ติดขัดไปหมด จะได้เงินก็มีคนมาตัดหน้า ทำอะไรก็มีคนมาขวางเพราะเราอาจจะเคยโกหกหรือ

เอาเปรียบใครมา เป็นวิบากกรรม หาได้มาก็มีเรื่องต้องจ่าย ทำอะไรติดขัดไม่ราบรื่น พบกับอุปสรรคต่างๆ ทำอะไร

ก็ไม่ขึ้น หยิบจับอะไรเป็นเสียหาย ไร้คนช่วยเหลือมองไปทางไหนก็มืดมน มีวิธีแก้กรรมดังนี้

แก้ไขปัญหาหนี้สิน เบื้องต้น

ภาพขณะตั้งจิตอธิษฐาน

ทำบุญระลึกถึงดวงจิตดวงเดิมที่เคยเป็นหนี้สินในอดีต!! จงหลุดพ้นเพราะเราเกิดใหม่แล้ว หากใครเป็นหนี้หลัก

ล้านให้แลกเหรียญ1บาท 5บาท 10บาทแล้วมาอธิษฐานที่หน้าโบสถ์ ย้ำครับทำให้บ่อยๆมากๆ ที่โบสถ์ที่มีพระ

ประธานแล้วขอบารมีพระก่อนนะ

แล้วอธิษฐานว่า หากลูกมีกรรมเคยโกงและยักยอกทรัพย์ของผู้ใดก็แล้วแต่ที่ระลึกได้ก็ดีระลึกไม่ได้ก็ดี

หรือจากการประกอบอาชีพ..(อาชีพอะไรก็ว่าไป)….จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดีขอให้…( ชื่อพระประธาน)…ขอให้…(หลวงพ่อในวัด)

และพระแม่ธรณีจงมาเป็นทิพพยานว่าลูกมาขออโหสิกรรม

จากนั้นนำเหรียญนั้น หรือปัจจัย ใส่ตู้หรือบาตรพระจนหมด / เหรียญคือสื่อแทนเราเพื่ออโหสิกรรม

อธิษฐานเก็บทรัพย์ให้อยู่ให้ไปอธิษฐานจิตในโบสถ์

ขออานิสงส์การทำบุญในครั้งนี้ จับอะไรเป็นเงินเป็นทอง ขอให้มีเงินเหลือกินเหลือใช้เกื้อกูลช่วยเหลือคนอื่นได้และมีโอกาสสร้างบุญกุศลต่อไป ตั้งแต่วันนี้จนกว่าจะเข้าพระนิพพาน….

บทสวดอธิฐานขออโหสิกรรม

กายะกัมมัง วะจีกัมมัง มะโนกัมมัง สัญจิจจะกัมมัง อะสัญจิจจะกัมมัง ขะมันตุ เม อะโหสิกัมมัง ภะวะตุ เม

“กรรม ใด ๆไม่ว่าจะเป็น กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม

ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด ทั้งโดยตั้งใจก็ดีไม่ได้ตั้งใจก็ ดี ในภพชาติใดก็ตาม ขอให้เจ้ากรรม นายเวรทั้ง

หลาย จงโปรดยกโทษ ให้เป็นอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าอย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลยแม้แต่กรรมใดที่

ใครๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน

ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้น กลับมีเมตตาจิตคิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไป

ด้วย อานิสงส์ แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้า พร้อมทั้งครอบครัว ตลอดจน วงศาคณาญาติผู้มีอุปการคุณของ

ข้าพเจ้าพ้นจากความทุกข์ยากลำบาก เข็ญใจ ความทุกข์อย่าได้ใกล้ ความเจ็บไข้อย่าได้มี ขอให้มีความสุขสวัสดี

มีชัย เสนียดจัญไร และอุปัทวันตรายทั้งหลายจงเสื่อมสิ้นหายไป นึกคิดปรารถนาสิ่งใด ที่เป็นไปโดยชอบ

ประกอบด้วยธรรม ขอให้สิ่งนั้น จงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จ เทอญ”

แบ่งปันบุญกุศลนี้ ให้คนที่คุณรัก ชีวิตคุณจะดีขึ้นทันที

แต่อย่างไรก็ตาม ควรรู้จักวางแผนการเงินให้ดี รู้จักความต้องการของตัวเอง ตั้งสติทุกครั้งที่จ่ายเงิน หากคุณไม่

อยากเป็นหนี้ในอนาคต ถึงแม้ว่าคุณจะหาเงินมาได้มากมายก็ตาม ควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนที่เหลือคุณ

ควรจะเก็บออมเอาไว้เพื่อลงทุน หรือไม่ก็เก็บไว้ใช้ในยามที่คุณจำเป็นในอนาคต พึ่งระลึกไว้ว่าที่เราหาทรัพย์มา

นั้นก็เพื่อจะใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ถ้าไม่ใช้ทรัพย์สมบัติให้เกิดคุณประโยชน์แล้ว ทรัพย์สมบัตินั้น

ก็ปราศจากคุณค่า หาประโยชน์ไม่ได้

“การไม่มีหนี้เลย เป็นลาภอันสุดประเสริฐ”

เหตุจากกรรมเก่า

คนที่มีปัญหาเรื่องเงินขาดมืออยู่บ่อยๆ อาจจะเกิดจากการกระทำในอดีตชาตินั้นเคยทำทานมาไม่ครบตามเหตุ

และปัจจัย ซึ่งหมายถึง เวลาในการทำทานนั้นยังมีจิตที่ตกอยู่ยังคงเสียดายทานที่ทำไป ตั้งใจว่าจะทำทานด้วย

อาหารคาวหวาน 4 อย่าง ผลไม้ 5 อย่าง พอเอาเข้าจริงหรือเวลาลงมือปฏิบัติในทานนั้นกลับรู้สึกเสียดายหรือว่า

ด้วยเหตุอะไรก็ตามจึงทำทานนั้นน้อยลงไปจากที่เคยตั้งใจไว้ เช่น ไปลดปริมาณของลงเสีย ให้เหลือเพียงอย่าง

หรือสองอย่างไม่ตรงกับที่ตั้งใจไว้ หรือลดคุณภาพวัตถุทานที่จะทำนั้นด้วยความเสียดายเป็นเหตุ

ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านได้เมตตากล่าวถึงการตั้งใจสร้างบุญหรือไปรับปากพระสงฆ์ แล้วไม่ได้ทำหรือทำเกิน

ที่รับปาก ที่จะมีผลต่อเรื่องเงินทองมาก โดยให้พิจารณาดังนี้

1.ทำน้อยกว่าที่ตั้งใจ  เงินทองจะขาดมือบ่อย มักจะมีแต่ปัญหาการเงินตลอดเวลา คาดหวังว่าจะได้เงินมักจะ

พลาดไม่ได้ดังใจหวัง

2.ทำเท่ากับที่ตั้งใจ จะมีความสุขตามบุญที่ทำ เงินทองไม่ขาดมือ มีใช้แต่ไม่ค่อยเหลือเก็บ ยังช่วยเหลือใครไม่

ได้หรือช่วยได้แต่น้อยมาก

3.ทำมากกว่าที่ตั้งใจเอาไว้  เงินทองจะมากมายเหลือกินเหลือใช้ โชคลาภเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวอยู่ ๆ ก็มีเงิน

ทองเข้ามาและเป็นถูกต้องถูกธรรมด้วย และสามารถไปช่วยเหลือคนอื่นได้ตลอดเวลาเป็นบุญงอกที่งอกเงย

ทำให้คนผู้นั้นพบกับความสุขความเจริญ ซึ่งทั้ง 3 ประเภทนี้ใครอยากรวย อยากมีเงินก็ขอให้คิดเอาเองว่าจะ

ทำบุญแบบไหนดีเมื่อได้ตั้งใจเอาไว้แล้ว

การที่เงินทองต้องขาดมือบ่อยๆ หมุนไม่ทันนั้นอีกสาเหตุหนึ่งมาจากการที่วัตถุทานที่เอามาสร้างบุญนั้นไม่

บริสุทธิ์อาจจะมีบาปเจือปน คือ วัตถุทานนั้นอาจจะซื้อมาด้วยเงินที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นเงินมาจากการได้มาทาง

อบายมุข เช่น เงินจากการเล่นการพนัน,แทงบอล,หวยเถื่อน หรือ เงินมาจากการเบียดเบียนผู้อื่น หรือมาจากการ

ทำร้าย ทำลายชีวิตเบียดเบียนผู้อื่น เช่น การไปฆ่าไก่มาต้มข่าถวายพระ การไปเด็ดดอกไม้จากสวนเพื่อนบ้าน

โดยไม่ขออนุญาตเอามาถวายพระ เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้บุญกุศลที่เคยทำมาจึงมีลักษณะแบบครึ่งๆ กลางๆ  ขาดๆ หายๆ เดี๋ยวก็มีเงินทองมาก พอผ่านไประยะ

เงินขาดมือหมุนไม่ทัน จะไปหยิบยืมใครเขาก็ยากเพราะไม่มีบุญเชื่อมกับเขาไว้พอ หรือเกิดความยากลำบากเจอ

กับอุปสรรคกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ บางครั้งต้องโดนเขาต่อว่าต่อขานหรือดูถูกเอา ซึ่งคนที่เขาต่อว่าดูถูกเหล่า

นี้ เขาอาจเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรคือเคยเป็นเจ้าของวัตถุทานที่เราเคยไปขโมยเขามาก่อน

 

เหตุจากกรรมใหม่

การที่เราหาเงินได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลังนั้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดจากกรรมเก่าเพียงอย่างเดียว เราต้องมาพิจารณาว่า

เราทำเหตุให้ตรงกับผลหรือไม่ด้วยคือ พิจารณาจากการกระทำในปัจจุบันซึ่งเห็นได้ชัดเจนกว่ากรรมเก่าในอดีต

เสียอีก ยกตัวอย่างเช่น

ในการประกอบอาชีพเราเป็นคนใจเร็ว ตัดสินพลาดในบางครั้งอาจจะทำให้ชวดโอกาสสำคัญ ก็ให้ใช้ปัญญาตรึก

ตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ หากบอกว่าไม่มีความรู้ความสามารถก็ต้องพยายามขวนขวายเรียนรู้ เพื่อเอา

ความรู้นั้นมาเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นเงิน

ตัวของเรายังเป็นคนที่ใช้เงินด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล ก็หันกลับด้านความคิดเสีย ให้ดูว่าของที่เราจะซื้อนั้น

สมควรหรือไม่ที่จะซื้อ เมื่อซื้อแล้วทำให้เราต้องเงินขาดมือหรือไม่ ของที่จะซื้อรอได้อีกหรือไม่ พิจารณาให้ดี ๆ

ส่วนหนึ่งที่เงินขาดมือมาจากการซื้อของโดยไม่คิดเน้นซื้อของโดยมุ่งประโยชน์เทียมมากกว่าประโยชน์แท้

เช่น เงินเดือนน้อยอยู่แล้วแต่ชอบนำเงินไปใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าทุกเดือนหรือ

ซื้ออุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีแบบเกินกว่าความจำเป็นต้องใช้จริงในชีวิตประจำวัน ฯลฯ

เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมโดยหันมาประหยัดเน้นประโยชน์แท้มากกว่าประโยชน์เทียม หากยังเป็นคนไม่อดออม

สุรุ่ยสุร่าย ออกไปกินข้าวนอกบ้านทุกวัน รายจ่ายมากกว่ารายได้ขาดปัญญาในการใช้เงิน ก็ย่อมต้องมีปัญหา

เงินอยู่ตลอดเวลา การแก้ไขควรเป็นไปทั้งสองทางทั้งทางโลกและทางธรรมเพื่อให้เกิดการเสริมแรงซึ่งกัน

การแก้ไขกรรมในทางโลก

เกือบทุกคนล้วนต้องมี “หนี้” อยู่มากบ้างน้อยบ้าง ใครที่เป็นหนี้เป็นสินคนอื่นอยู่ต้องอย่าหลบ อย่าหนีให้ติดต่อ

เจ้าหนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบเท่าที่กำลังจะทำได้ หากยังไม่ได้ในขณะนี้ก็ต้องทำการขอโทษเขาและขอ

โอกาสเขาที่จะแก้ตัวขอผ่อนใช้เขาไปจะน้อยหรือมากก็ต้องทำ ถ้าทำไม่ได้อย่าไปรับปากส่งเดชจะทำให้เกิด

กรรมใหม่ที่หนักกว่ากรรมเก่ายิ่งกว่าเดิมเป็นการสร้างรอยแผลและผูกแค้นให้กับเจ้าหนี้อีก

การแสดงความรับผิดชอบและจริงใจในการจะรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้นอย่างน้อยก็จะเป็นการผ่อนคลายความ

ตึงเครียดต่อเจ้าหนี้ ให้เขาเกิดความเชื่อมั่นว่าคนเป็นลูกหนี้จะไม่เบี้ยวหรือหนีหายไปส่งผลให้กรรมทั้งหลายอาจ

คลายตัวให้เบาบางลง

นอกจากนั้นเรายังต้องพิจารณาตนเองให้สม่ำเสมอว่า เราเองยังเป็นคนที่หาเงินไม่คล่อง ถ้าเพราะเราไม่มีช่อง

ทางหรือไม่มีคนสนับสนุนก็ต้องแสวงหา ต้องเปิดประตูโอกาสด้วยตัวเอง เริ่มจากการสร้างนิสัยในการอ่อนน้อม

ถ่อมตน ความเย่อหยิ่งจองหองนั้นไม่เคยช่วยชีวิตให้ใครสบายขึ้น ผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนแบบไม่ประจบประ

แจงย่อมได้รับความเมตตาช่วยเหลือได้ดีกว่า คนที่เสแสร้งหรือเย่อหยิ่ง หากผู้ที่เราไปขอความช่วยเหลือมีบุญ

ร่วมกันมาก็ยิ่งถือเป็นเรื่องง่าย โดยสังเกตได้จากอัธยาศัยไมตรีในการพูดคุยครั้งแรกหากถูกชะตาหรือเข้าหาได้

ง่ายก็แสดงว่ามีความเกี่ยวพันกันมาก่อนในทางที่ดี

การแก้ไขในทางกรรม

ทางแก้ไขในเรื่องนี้แบบเร่งด่วนให้ได้ผลทันใจนั้น  ควรหมั่นทำทานเสียใหม่ประกอบไปด้วยทาน  3 อย่างที่เกิด

บุญมากอย่างสม่ำเสมอคือ วัตถุทาน ธรรมทานและอภัยทาน

-วัตถุทาน ที่จะทำ เอาแบบที่ตั้งใจทำแบบไหน แค่ไหนให้ทำแบบนั้น อยากทำ 1บาท ก็ 1 บาท อยากทำ 100

บาท ก็ 100 บาท อยากถวายข้าวเปล่าก็ข้าวเปล่าไม่ต้องเสียดาย ในการทำทานทุกครั้งควรระวังอย่าให้จิตตกไป

พะวงว่าคนที่รับทานนั้นเขาจะเอาวัตถุทานหรือปัจจัยนั้นไปทำอะไร ยิ่งวัตถุทานนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต้องใช้ใน

ชีวิตของเราแต่เราเสียสละให้คนอื่นได้ จะยิ่งมีอานิสงส์มาก

-ธรรมทาน คือ การเอาความรู้ไปช่วยให้เขาพ้นทุกข์  (วิทยาทาน) ไม่ว่าจะเป็นทางโลกและทางธรรม เช่น ไป

สอนเขาปลูกผักให้ถูกต้อง ไปสอนเขาทำอาหารให้ดีให้เก่ง สอนวิชาช่างไปทำเป็นอาชีพได้ บอกทางให้เขาได้

เดินชีวิตถูกต้อง  การให้กำลังใจเขาให้สู้ชีวิต การไปร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์ หรือแม้แต่เราไม่มี

เงินแม้แต่บาทเดียว ก็เป็นผู้นำบุญไปบอกไปเชิญชวนให้คนมาร่วมพิมพ์หนังสือ หรือชวนคนทำบุญ ถือว่าเป็น

ธรรมทานทั้งสิ้น

-อภัยทาน เรื่องนี้เป็นบุญใหญ่ที่สุด ทำลักษณะการทำนั้นทำได้ง่ายด้วยตัวเองไม่ต้องเสียเงินทอง แต่อภัยทาน

แม้รูปแบบจะทำได้ง่าย แต่ทว่ากลับทำได้ยากที่สุดในทานทั้งหมดเพราะว่าวิสัยของปุถุชนย่อมมีความ

โกรธ,ความอาฆาตพยาบาท อยู่ในกมลสันดานอยู่แล้ว ซึ่งต้องหมั่นฝึกฝนทำให้เป็นประจำ ซึ่งถ้ามีพรหมวิหาร 4

คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาเป็นหลักจะช่วยให้ง่ายขึ้นและสำเร็จได้แบบสบายๆ

การให้อภัยนั้นควรเริ่มจากการตั้งจิตให้สงบเสียก่อน คือให้ละจากอารมณ์โกรธเคียดแค้นใด ๆให้ได้ก่อน แม้ความ

ขัดเคืองในใจยังมีอยู่แต่อย่างไรก็ตามต้องทำให้จิตสงบนิ่งให้ได้ ขอให้คิดว่ากรรมใดๆ เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเรา

เคยไปสร้างกรรมเวรไว้กับเขาเมื่อถึงเวลาเขาก็ต้องมาเอาคืน เป็นการดีแล้วที่เราใช้หนี้เขาไปเสียจะได้ไม่ติดค้าง

กันอีกหมดสิ้นกันเสียที   จากนั้นให้อโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรเขาเสียไม่ให้มีเวรกรรมติดค้างผูกพันกันอีก

ต่อมาคือ ให้อภัยต่อคนรอบข้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใครเป็นพ่อแม่ พี่น้อง ลูก ญาติมิตร คนร่วมงานกัน คู่ค้า

ลูกค้า สัตว์เลี้ยง สรรพสัตว์ต่างๆ  หมั่นให้อภัยทานบ่อยๆ จิตเราจะมีกำลังมาก ทำอะไรก็สำเร็จไม่มีกรรมมา

เหนี่ยวมาขวางเอาไว้ แต่ต้องให้อภัยทั้งหมดทั้งกาย วาจา และใจ และที่สำคัญพยายามให้คนรอบข้างที่มีส่วนใน

ชีวิตของเราให้อโหสิกรรมต่อกันและกัน

การสร้างทานใหญ่ด้วย วัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน ควรทำในทุกๆ วัน ยิ่งวันละหลายครั้งก็จะยิ่งดีขึ้นอย่าง

ทันตาเห็นเคล็ดลับสำคัญคือ การทำทานให้เป็นประโยชน์แก่คนหมู่มากเพราะยิ่งเกิดประโยชน์มากเท่าใด

โชคลาภจะหลั่งไหลมาสู่ไม่ขาดสาย เงินทองจะไม่ขาดมือ ไม่มีขัดสน ด้วยอานิสงส์บุญที่ทำลงไป เช่น ร่วมสร้าง

ถนน โรงพยาบาล ร่วมซื้อเครื่องมือแพทย์ สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สร้างมหาเจดีย์ โรงทาน เป็นต้น

เมื่อทำทานครั้งใดเสร็จสิ้นให้อุทิศบุญไปให้เจ้ากรรมนายเวรเขาทันที พูดด้วยภาษาง่ายๆ ก็ได้ให้เขามารับบุญ

กุศลนี้ ถ้าเขาพอใจแล้ว ยินดีในบุญแล้วขอให้เขาอโหสิกรรมให้ ถอนตัวไปจากการขัดขวางในเรื่องเงินนี้ ต้องระบุ

ไปอย่างเจาะจงเลย การที่เราไม่บอกแบบเจาะจงว่าเดือดร้อนเรื่องอะไร เจ้ากรรมนายเวรอาจนึกว่าเป็นดอกเบี้ย

กรรมจึงนิ่งเฉยไม่ถอนตัวออกไปเพราะเขาไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรกันแน่

นอกจากเจ้ากรรมนายเวรแล้วเราต้องอุทิศบุญให้กับเทวดาประจำตัว ดวงวิญญาณที่ดูแลคุ้มครองเราอยู่ ซึ่งจะ

บอกให้ทราบว่าทุกคนมีเทวดาประจำตัวแน่นอนอย่างน้อย 2 ตนขึ้นไปและดวงวิญญาณที่คุ้มครองด้วยท่านเหล่า

นี้มาจากคนที่รักเรา เมตตาเราอย่างจริงใจและมีกรรมดีผูกพันกันมา อาจจะเป็นบรรพบุรุษในอดีตชาติ พ่อแม่ ปู่ย่า

ตายาย พี่น้อง ลูก ญาติหรือเพื่อนสนิท ครูบาอาจารย์ที่ตายไปแล้วและอยู่ในภพภูมิอื่น ท่านยังเป็นห่วงจึงมาดูแล

เราต้องหมั่นอุทิศบุญส่งไปให้ท่านเพื่อให้ท่านมีบุญเพิ่มขึ้น และสายใยแห่งบุญที่เหนียวแน่นมั่นคงท่านจะ

รักและเมตตาเรามากขึ้นไปอีก  ท่านเหล่านี้มีอำนาจในระดับหนึ่งที่จะช่วยดลใจให้เราพบช่องทางการหาเงินที่ถูก

ต้องถูกธรรม ไม่มีกรรมชั่วติดมาด้วย ช่วยดลใจให้เราพบคนดีที่จะช่วยเหลือ ดลใจให้เราพบโชคลาภที่ถึงเวลาจะ

ได้จากที่เคยช้าก็จะเร็วขึ้น

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here