สัจธรรมแห่งความรักของชีวิต ที่ควรรู้และเข้าใจ

0
110

ว่าด้วยเรื่องของความรักแล้ว ใครๆก็อยากมีความสุขกับความรักจริงไหมล่ะค่ะ คงไม่มีใครต้องการความทุกข์ความเสียใจความสูญเสียจากความรัก แน่นอนมันคือสัจธรรมของชีวิตที่ใครๆ หนีไม่พ้นหรอกค่ะ

“การสูญเสียเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักร ไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป ไม่มีอะไรจากเราไปตลอดกาล ถ้าคลี่เวลาออก

เป็นเส้นตรงและสามารถเห็นได้จริงทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคตพร้อมกัน เราคงเห็นตัวเองได้ของรักแล้วเสียของรัก

หัวเราะแล้วร้องไห้ พบแล้วพลัดพราก ย้อนเวียนกลับไปกลับมา สลับกันเป็นสายโซ่ยืดยาว”

ธรรมชาติจะบังคับให้เราทิ้งทุกคนไปอยู่ดี

เราเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม เรารักและหวังหอบหิ้วใครไปด้วยก็ตาม พวกเราต่างก็เป็นนักเดินทางผู้โดดเดี่ยว

มาสวมหัวโขนเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง คนรัก เพื่อน ศัตรู หรืออะไรอื่นเดี๋ยวเดียว แล้วก็ต้องตายจากไปเป็นอื่นแม้ใน

ชาติเดียวกันก็อาจเป็นอะไรหลาย ๆ ฐานะ บางคนเดินชนไหล่หรือเหยียบเท้าใครอีกคนบนถนน ทะเลาะกันเลือด

ขึ้นหน้าเป็นพัก กว่าจะจำได้ว่าเคยเป็นเพื่อนรักสุดรักสมัยประถมมัธยมที่เคยอยากไปไหน ๆ ด้วยกันตลอดชีวิต

แต่พอห่างกันมาก ๆ เจออีกทีอาจกลายเป็นศัตรูก็ได้ เราต่างถูกหลอกว่ามีคนรักและเครือข่ายญาติมิตร ทั้งที่จริง

ทุกคนไม่มีแม้แต่เงาติดตามตัวเองไปได้ตลอดมนุษย์เราถูกหลอกให้หลงติด หลงร้องไห้คร่ำครวญกับสิ่งที่วัน

หนึ่งต้องทิ้งไป ไม่ว่าจะได้อะไรมาแค่ไหนก็เสียไปแค่นั้นหลงทำบาปทำกรรมติดตัวไปภพหน้ากันก็เพียงเพราะ

ยังติด ยังไม่รู้ด้วยกันทั้งสิ้น

ตัวผู้รัก ผู้ถูกรัก ผู้สมหวัง ผู้ผิดหวัง

ปรากฏมีสาระอยู่แต่ในจิตอันปรุงแต่ง เสกปั้นสรรค์ไป จูงให้เราหลงไป เพ้อไป ปราศจากแก่นสารปกติเวลาเรา

ฟุ้งซ่านถึงใคร เราจะรู้สึกว่าเขามารบกวนเรา เราจะมีปฏิกิริยาทางใจกับเขาเป็นชอบ เป็นชังยิ่ง ๆ ขึ้นทุกครั้งที่เขา

มาอยู่ในหัวของเรา ทั้งที่ตัวจริงของเขาไม่ได้มาอยู่ตรงนั้นเลย

บทสรุปหนึ่งก็คือว่า รักแท้น่ะมีจริง แต่ที่จริงกว่านั้นคือกิเลส

หมายความว่าถ้ามองตามสายตาทางโลกก็ต้องว่ามี แต่ถ้ามองตามสายตาทางธรรมก็ต้องว่ารากของรักแท้นั้นมา

จากกิเลสนี่เองที่รักแท้จะมีอันต้องกลับกลายเป็นรักเก๊ ก็ด้วยกิเลสอันเดียวกันอีกนั่นแหละโดยมีตัวแปร เช่น

บุคคล เวลา และสถานการณ์มาร่วมสมการกิเลส กิเลสมากก็ทุกข์มาก กิเลสน้อยก็ทุกข์น้อยสมดังที่พระพุทธองค์

ตรัสว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

“พระพุทธองค์ท่านตรัสว่าคนเรามีรักร้อยก็นับว่าทุกข์ร้อย มีรักสิบก็นับว่าทุกข์สิบ มีรักหนึ่งก็นับว่าทุกข์หนึ่งหาก

ไม่มีรักเลย ก็แปลว่าไม่ต้องมีทุกข์เพราะรักเลยเช่นกัน

สรุปคือ ความรักเป็นแค่รูปแบบหนึ่งของความทุกข์เท่านั้น ต่อให้รักกันยืดยาวจนแก่เฒ่า วันหนึ่งก็ต้องทุกข์ใหญ่

หลวงเพราะความพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักอยู่ดี”

การเกิดใหม่ช่างเป็นอะไรที่ไม่เหมือนเดิม

ไม่มีอะไรประกันความแน่ใจ และไม่มีใครจำใครได้ เหมือนเล่นซ่อนหา ชนิดปิดทางพบเจอ ทำให้ณชะเลมอง

ความสัมพันธ์ทั้งหลายเป็นเรื่องหลอกลวง ถึงแม้พยายามเป็นที่พึ่งให้กันก็เป็นไปได้แค่เดี๋ยวเดียว แล้วต่างต้อง

แยกย้ายไปเสวยกรรมตามวิบากแห่งตน ไม่อาจนัดหมายว่าจะไปเจอกัน ที่ไหน เมื่อไหร่ ในสภาพเช่นใดเลย

อยู่ในสังสารวัฏ ท่องเที่ยวเกิดตายไปเรื่อย ๆ นั้นแม้สิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่สังสารสัตว์หวังฝากไว้ให้อบอุ่นใจ คือความ

รักความมั่นคงของเนื้อคู่ที่จะติดตามกันไปทุกภพทุกชาติเอาเข้าจริงก็แค่ความไม่แน่นอนอีกชนิดหนึ่ง

ความแปรปรวนเป็นอื่นได้อีกชนิดหนึ่ง ภพชาติ ความสัมพันธ์ และสายใยต่างๆนั้นซับซ้อนมีความไม่แน่นอนเป็น

ความหวังได้ด้วยเหตุปัจจัยอันลึกลับเกินหยั่งทำใจไว้แต่ แรกว่าเราทุกคนเป็นนักเดินทางผู้โดดเดี่ยวจะได้

สบายใจในระยะยาว

ความรักชั้นสูงคือความรักพระนิพพาน

เมื่อรักพระนิพพานอันเป็นธรรมชาติสูงสุดเหนือสมมุติได้ บุคคลย่อมไม่หลงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ต่ำกว่านั้นแบบยอม

ตายถวายชีวิตอีก วันก่อนเมื่อคุณยังไม่อกหัก ก็มีใครบางคนอกหักมาก่อนวันนี้คุณกำลังอกหัก ก็มีใครบางคนหาย

เศร้า ทำใจได้ไปล่วงหน้าแล้วพรุ่งนี้ถ้าคุณสดใสได้เหมือนมีชีวิตใหม่อีกครั้งลืมความเศร้าจากอาการฟูมฟาย

เพราะเสียของน่ารักน่าใคร่ก็จะมีใครบางคนมารับช่วงแทน โศกเศร้า อาลัยอาวรณ์ ราวกับไม่อาจผ่านทางลำบาก

ได้สำเร็จโลกเป็นอย่างนี้มานานเต็มทีแต่ก็ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นของน่าเบื่อหน่าย

บางคน ถ้าใจยังวุ่น ๆ ยังหยุด ยังนิ่งไม่เป็น คนที่คู่ควรกับเราโผล่มาตอนนั้นเขาก็อาจพลาดจากเราไปไม่อาจเป็น

คู่ครองร่วมกันอย่างถาวรได้เพราะอาจิณณกรรม คือนิสัยของเรายังอาจเป็นตัวทำลายสัมพันธภาพกับคู่แท้ของ

เราต่อเมื่อผ่านความเจ็บปวด เรียนรู้จากความผิดพลาดเห็นจังหวะจะโคนแบบต่างๆ ของชีวิตมากเข้าพอใจเป็น

บุญมีความนิ่งพอจะรองรับกับคู่แท้ถาวรได้ เขาถึงจะปรากฏตัว!!!

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here