สาเหตุผิวขาดน้ำหรือผิวแห้ง เสมือนหนึ่งปัญหาเดียวกันบนผิว

0
122

ผิวขาดน้ำ เป็นปัญหาบ่อยครั้ง ส่วนมากยังมีความสับสนระหว่าง “ผิวขาดน้ำ” และ “ผิวแห้ง” เพราะสองคำนี้มักถูก

ใช้แทนกันเสมือนหนึ่งเป็นปัญหาเดียวกัน ทั้งที่จริงแล้ว สองปัญหานี้ไม่เหมือนกันและการดูแลก็ต่างกันค่ะ

บ้างครั้งบอกว่าตัวเองเป็นคนผิวมัน แต่พอใช้ครีมที่ควบคุมความมัน หน้ายิ่งแย่ลง แต่พอได้ลองใช้ เซรั่ม หรือ

ครีมบำรุงผิว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนผิวแห้ง กลับพบว่า หน้าดีขึ้น รูขุมขนก็เล็กลง หน้านิ่ม ทาแป้งติดดีโดย

รวมพอใจในผลลัพธ์ ก็เป็นไปได้ว่าผิวของลูกค้าท่านนี้ อาจมีปัญหา “ขาดน้ำ” แฝงอยู่

น้ำใต้ผิวทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น เมื่อผิวหนังมีความชุ่มชื้นเป็นปกติ ผิวหนังจะดูสวยงาม มีความเรียบ นุ่มเนียน

ทั้งนี้ในชั้นขี้ไคล (Stratum corneum) จะต้องมีน้ำมากกว่า 10% ของส่วนประกอบทั้งหมด เพื่อให้ส่วนประกอบ

ต่างๆบนผิว ทำหน้าที่ต่อไปนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. รักษาคุณสมบัติในการกักน้ำ
  2. รักษาคุณสมบัติของการทำงานของเอนไซม์ต่างๆทำงานได้ปกติ
  3. รักษาสภาพของผิวหนังให้ดูสวยงามและนุ่มเนียนเวลาสัมผัส

ถ้าคุณสมบัติเหล่านี้เสียไปเพราะขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น จากสาเหตุใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบ ความแห้ง

ของอากาศ การลอกผิวหนั้งชั้นหนังกำพร้ามากเกินไป ผิวก็จะยิ่งแห้งมากขึ้นเรื่อยๆ และเกิดเป็นสภาพที่เรียกว่า

วงจรร้าย (vicious cycle)

กลไกการรักษาความชุ่มชื้นของผิวตามธรรมชาติ

ผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin) ผิวแห้งเทียม หมายถึง ผิวที่มี น้ำใต้ผิวน้อย ในขณะที่การผลิตน้ำมันจาก

ต่อมไขมันยังอยู่ในระดับ ปกติหรือมากกว่าปกติ  ทำให้มีน้ำมันเคลือบผิวมาก แต่ผิวดูแห้ง ลูบแล้วสากมือ

ผิวแห้ง หรือ Dry skin เป็นคำที่ใช้เรียก ประเภทของผิว โดยใช้ปริมาณน้ำมันบนผิวเป็นตัวแบ่ง โดยทั่วไป

เราแบ่งสภาพผิวเป็น  3 ประเภท คือ

  1. ผิวแห้ง คือ ผิวที่มีน้ำมันเคลือบผิวน้อยหรือไม่มีเลย เนื่องจากต่อมไขมันมีขนาดเล็กและมีจำนวนน้อย
  2. ผิวมัน หมายถึง ผิวที่มีน้ำมันเคลือบผิวมาก เนื่องจากต่อมไขมันมีจำนวนมากและมีขนาดใหญ่
  3. ผิวธรรมดา หมายถึง ผิวที่มีน้ำมันเคลือบผิวในปริมาณพอดี ไม่มากและไม่น้อยเกินไป เป็นผิวในอุดมคติ

แยก “ผิวขาดน้ำ” และ “ผิวแห้ง” ได้อย่างไร ?

การแยกอาจเป็นความสามารถส่วนบุคคล ซึ่งบางคนดูผิวตัวเองออก บางคนก็ดูไม่ออก วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ดูที่ระดับ

ความมันของผิว ความมันบนผิวหน้าเท่าเดิม ไม่เพิ่ม มีแต่แนวโน้มจะลดลง  ลักษณะนี้ คือ ผิวแห้ง ซึ่งเป็นสภาพ

ผิวส่วนบุคคลที่ติดตัวมาแต่เกิด เดี๋ยวแห้งเดี๋ยวมัน  หลังล้างหน้าใหม่ๆผิวแห้งตึงและกลับมามันคืนอย่างรวดเร็ว

ลักษณะนี้ คือ ผิวขาดน้ำ  เป็นสภาวะที่เกิดกับ ผิวแห้งหรือผิวมันก็ได้ ถ้าเกิดกับคนผิวแห้ง เรียกว่า ผิวแห้งขาดน้ำ

ถ้าเกิดกับคนผิวมัน เรียกว่า ผิวมันขาดน้ำ

ลักษณะผิวขาดน้ำ อาการของผิวขาดน้ำ มีอาการอย่างไร ?

ผิวขาดน้ำจะปรากฎให้เห็นในลักษณะต่างๆขึ้นกับความรุนแรง คือ

1.ผิวสาก (Feeling rough)

2.ผิวเป็นขุย (Scaly)

3.ผิวแตก (Cracked)

ผิวขาดน้ำ มีหลักการดูแลผิวอย่างไร ?

เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ไม่ใช่แบบล้างแล้วหน้าตึงๆฝืดๆ หลีกเลี่ยงการขัดหน้าแบบรุนแรง

การลอกหน้าด้วยแผ่นลอกหน้า การใช้แปรงนวดหน้าแบบขนหยาบเกินไป ใช้โทนเนอร์ที่มีคุณสมบัติ เติมน้ำให้

ผิว ทันทีหลังล้างหน้า โดยต้องปราศจากแอลกอฮอล์หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม

สังเคราะห์หรือน้ำหอมจากพืช (น้ำมันหอมระเหย) หากมีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารก่อระคายเคือง

เช่น BHA, AHA, Retinoids, Vitamin C, Azelaic acid ควรหมั่นประเมินสภาพผิวของตัวเองเป็นระยะๆ

และปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิว

สำหรับผู้ที่มีปัญหา ” ผิวแห้ง ” ร่วมกับ ” ผิวขาดน้ำ”  สาวๆควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติ เติมน้ำให้ผิว ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ ปิดล็อกความชุ่มชื้น ของเซลล์ผิว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here