เราจำเป็นต้องตรวจสุขภาพบ่อยขนาดไหน

0
74

เป็นเรื่องดีที่คนไทย พ.ศ. นี้ใส่ใจกับสุขภาพกันมากขึ้นทั้งการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ มีประโยชน์
เทรนด์การออกกำลังกายที่ผู้คนให้ความสนใจกันมากขึ้น มียิมเปิดใหม่ มีงานเดินวิ่งมาราธอน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีคำหนึ่งคำ ที่ถูกพูดซ้ำในกระแสการดูแลสุขภาพ
คือเรื่องการตรวจสุขภาพ ตรวจสุขภาพบ้างนะ ตรวจสุขภาพประจำปีกันเถอะเป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อย ลองมาทำความเข้าใจกันหน่อย ว่าจำเป็นมากน้อยแค่ไหน
สิ้นเปลืองหรือไม่ แล้วถ้าจะต้องไป เตรียมตัวยังไง

ทำความเข้าใจเบื้องต้น
แพทย์จะตรวจร่างกายโดยพื้นฐาน พร้อมกับการสอบถามอาการของผู้ป่วยช่วยในการวินิจฉัยโรค ประเมินผลการรักษา และการติดตามผลการรักษา
รวมถึงช่วยประเมินสุขภาพของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังมีความรู้เกี่ยวกับการตรวจสุขภาพที่ควรทำความเข้าใจไว้ ดังต่อไปนี้

-การตรวจสุขภาพ

ไม่ใช่การตรวจเพื่อหาผลตรวจจากห้องแล็บอย่างเดียวแพทย์จะซักประวัติเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง เมื่อรู้ปัจจัยเสี่ยง จึงตรวจร่างกายมีเพียงการวินิจฉัยบางโรคเท่านั้น ที่ต้องรับรองโดยผลแล็บ และหลายๆ โรคแพทย์ยืนยันได้ตั้งแต่ตอนตรวจ

-บ่อยครั้งที่การตรวจสุขภาพปกป้องชีวิตคนจากโรคร้ายเพราะเจอตั้งแต่ระยะแรกๆ

-เด็กก็จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ เพราะมีผลกับพัฒนาการโดยตรง
หากมีความเสียงยังสามารถป้องกันได้ และหากพบโรคร้ายก็จะกำหนดแนวทางในการดูแลได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

-การตรวจสุขภาพไม่จำเป็นต้องตรวจทุกปี แต่ควรไปให้สม่ำเสมอ
ประเมินจากร่างกายของตัวเองและความเสี่ยง เช่น อายุมากขึ้น มีปัญหาสุขภาพหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงเช่น ดื่มแอกฮอล์ สูบบุหรี่ ก็ควรหาเวลาไปตรวจให้บ่อยขึ้น
แต่ถ้าไม่ได้ปัญหาอะไร การตรวจเกินจำเป็นก็ทำให้สิ้นเปลืองนอกจากนี้การตรวจบางอย่างอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายแก่ชีวิตได้

การตรวจสุขภาพประเภทต่างๆ

ขั้นตอนแรกของการตรวจสุขภาพ จะเหมือนกันทุกคนในเบื้องต้นคือ
สอบถามสัมภาษณ์ ซัก ประวัติ แล้วตรวจร่างกายพื้นฐานก่อนที่จะนำไปสู่การตรวจแบบต่อๆไป ถ้ามีความเสี่ยง ได้แก่

 


การตรวจสุขภาพที่ทุกวัยควรมาตรวจไว้เพื่อป้องกัน

เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวาย ควรมาปีละครั้ง

ตรวจวัดสายตาและการได้ยิน เหมาะกับคนอายุ 40 ขึ้นไป

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ผู้หญิงทุกวัย ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป

การตรวจเพื่อให้ภูมิคุ้มกัน ได้แก่ บาดทะยัก ที่ควรมาตรวจและรับวัคซีนหรือหัดเยอรมันที่ควรมาตรวจเมื่อวางแผนจะตั้งครรภ์

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคบางโรคหรือปัจจัยสุขภาพบางอย่างเช่น ความเข้มข้นเลือด
ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำตาล ไขมันในเลือด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การตรวจเพื่อขอคำปรึกษา วางแผนครอบครัว สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์

บางกรณี หากไม่มีอาการไม่จำเป็นต้องตรวจ
ยังมีการตรวจบางประเภทที่จะเป็นผลดีต่อผู้ที่มีอาการ มีความเสี่ยง


— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — –
แต่หากผู้ป่วยไม่ผิดปกติอะไร จะเป็นการสิ้นเปลือง ได้แก่
— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — –
การตรวจอัลตราซาวด์

หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อตรวจหาโรคมะเร็งของอวัยวะภายใน เช่น ตับ ตับอ่อน
ไต รังไข่ มดลูก
การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง/สารมะเร็ง
การตรวจเอกซเรย์ปอด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอก
และตรวจเสมหะถ้าไม่มีอาการผิดปกติ
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจในผู้รับการตรวจอายุน้อยกว่า 40 ปี
การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก กรณีไม่มีอาการใดๆ

แล้วใครคือผู้ที่มีความเสี่ยง ควรตรวจสุขภาพนอกจากอาการบ่งชี้ที่อาจเป็นสัญญาณของโรคยังมีปัจจัยเสี่ยงทางการแพทย์ที่พบบ่อย ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับเพราะเป็นผู้สัมผัสโรคจากการทำงาน,ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศหรือเสพสารเสพติด, ผู้เสี่ยงต่อโรคนั้นๆโดยตรงก็ควรตรวจสุขภาพเพื่อจะได้ตั้งรับได้ทัน สามารถจัดแบ่งได้ง่ายๆ ดังนี้

บุคลากรทางการแพทย์ ไวรัสตับอักเสบ เอ บี วัณโรค
ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือยาเสพติด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
คนในครอบครัวป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ตรวจน้ำตาล และไขมัน
หาความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิต โรคหัวใจ
คนในครอบครัวป่วยด้วยมะเร็ง ตรวจร่างกายเพื่อหามะเร็ง
เพศหญิงควรตรวจแมมโมแกรม หามะเร็งเต้านม

เตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ
ในกรณีที่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ การเตรียมตัวให้พร้อมจะช่วยเพิ่มความสะดวก
ทำให้การตรวจสุขภาพได้ผลดี มีข้อแนะนำดังนี้

1. นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนรับการตรวจสุขภาพหากอดนอนจะทำให้ผลการตรวจผิดปกติ
2. กรุณางดอาหารและเครื่องดื่ม อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก่อนตรวจ(สามารถจิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อย)
3. กรุณางดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตรวจสุขภาพ
เนื่องจากยาและแอลกอฮอล์ อาจมีผลต่อการตรวจบางอย่าง
ควรแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบก่อนตรวจ
4. หากท่านกำลังรับประทานยาเพื่อควบคุมความดันโลหิต
ท่านสามารถรับประทานต่อได้ตามที่แพทย์แนะนำ

5. หากท่านมีโรคประจำตัวหรือประวัติสุขภาพอื่นๆ
กรุณานำผลการตรวจหรือรายงานจากแพทย์มาด้วยเพื่อประกอบการวินิจฉัย
6. ควรสวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเจาะเลือดที่ข้อพับแขน
7. สำหรับสุภาพสตรี ไม่ควรอยู่ในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน 7 วัน
หากมีประจำเดือนให้งดตรวจปัสสาวะ เพราะเลือดจะปนเปื้อนในปัสสาวะ
มีผลต่อการแปลผลการตรวจได้
8. การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเอกซเรย์เต้านม (Mammogram)
หลีกเลี่ยงการตรวจในช่วงมีประจำเดือน ซึ่งเต้านมมีความคัดตึง
ควรตรวจหลังมีประจำเดือน
9. กรณีสงสัยว่าตั้งครรภ์ โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่องดตรวจเอกซเรย์

หวังว่าบทความนี้จะช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ที่กำลังสงสัยว่าตัวเองหรือคนที่อยู่รอบๆ ตัวมีความเสี่ยงที่จะต้องไปตรวจหรือไม่รอบหน้าเราจะมีสาระน่ารู่เรื่องสุขภาพใดมาฝาก สามารถติดตามได้ที่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here