แสงจาก UV. หรือแสงแดดจัดๆ อาจเป็น 3 โรคนี้!!

0
72

3 ต้อกระจก ต้อลม ต้อเนื้อ โรคร้ายจากแสงยูวี

ข้อมูลจากบทความเรื่อง “โทษของแสงยูวีต่อดวงตา” ของ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสภาวรัตน์ คุณาวิศรุต ใน

หนังสือ ตาดีได้ ตาร้ายไม่เสีย สรุปว่า หากคุณเข้าข่ายเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ดวงตาของคุณก็มีความเสี่ยง จะได้รับ

อันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวี (Ultraviolet) มากกว่าคนทั่วไปแล้ว

โดยกล่าวถึงผลร้ายที่ดวงตาต้องเผชิญจากการรับรังสียูวีว่า เนื่องจากรังสียูวี ซึ่งเป็นรังสีคลื่นสั้นที่มีความเข้มข้น

สูงเมื่อเนื้อเยื่อในร่างกายดูดซึมรังสียูวีเข้าไป จะทำให้โมเลกุลในเซลล์ถูกทำลาย และเกิดเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

รวมถึงอาจนำไปสู่การเกิดโรคต้อชนิดต่างๆ ในดวงตาอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้การประกอบอาชีพที่ต้องอยู่กลางแจ้งหรือทำงานในที่สูง เช่น นักบินหรือนักไต่เขา รวมถึงทำงานใกล้

อุปกรณ์ที่ก่อรังสียูวี ทำให้ดวงตามีโอกาสรับรังสียูวีมากกว่าปกติ นอกจากนี้กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวที่ผิวหนังไว

ต่อรังสียูวีจากแสงแดด หรือผู้เป็นโรคจอตาเสื่อมซึ่งเซลล์การมองเห็นในดวงตาจะเสื่อมเร็วขึ้น เมื่อได้รับรังสียูวี

อีกทั้งผู้ที่ใช้ยาในกลุ่มโฟโตเซนซิไทเซอร์ (Photosensitizer) ยากลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) หรือยาเตตราไซ

คลีน (Tetracycline)  ซึ่งตัวยามักเข้าไปจับอยู่ที่เลนส์ตาและดูดแสงยูวีเพิ่มขึ้น ล้วนเป็นผู้มีความเสี่ยงทั้งสิ้น

โดยโรคดวงตาที่มีผลมาจากรังสียูวีมีดังนี้

1.ต้อกระจก

คุณหมอสภาวรัตน์อธิบายว่า “ต้อกระจก” เกิดจากการรับแสงยูวีสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาการคือ มีฝ้าขาว

อมเหลืองที่เกิดจากโปรตีนชั้นกลางของเลนส์ตาเปลี่ยนสภาพไป และลุกลามเข้าสู่กึ่งกลางเลนส์ตา

ทำให้ตามัวลง

2.ต้อเนื้อและต้อลม

คุณหมอสภาวรัตน์อธิบายว่า เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงแดดที่มีรังสียูวีเป็นประจำ อาจทำให้เกิดความเสื่อมที่เยื่อบุตา

เกิดเป็นตุ่มสีเหลืองบริเวณใกล้ตาดำ เรียกว่า “ต้อลม” ซึ่งต่อมาเมื่อเยื่อบุตาถูกสิ่งระคายเคือง เช่น ลม ฝุ่นละออง

รวมถึงแสงแดดจ้าที่มีรังสียูวีซ้ำ ตุ่มสีเหลืองดังกล่าว จะลุกลามกลายเป็นเนื้อยื่นเข้าไปในตาดำ เรียกว่า

“ต้อเนื้อ” นั่นเอง

-คุณอายุ 60 ปีขึ้นไป ใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้ง หรือมีอาชีพเป็นนักบินหรือนักไต่เขา และไม่สวมแว่นตาที่ป้องกันรังสี ยูวีจากแสงแดดเป็นประจำ

-คุณทำงานใกล้เครื่องมือที่ก่อรังสียูวี เช่น เครื่องฆ่าเชื้อโรคในโรงพยาบาล ตะเกียงปรอท หลอดไส้ หรือเครื่องเลเซอร์ต่างๆ

-คุณมีโรคประจำตัวที่ผิวหนังไวต่อรังสียูวีในแสงแดด หรือเป็นโรคจอตาเสื่อม (Retinitis Pigmentosa)

-คุณใช้ยาในกลุ่มโฟโตเซนซิไทเซอร์ (Photosensitizer) ยากลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) หรือ ยาเตตราไซคลีน (Tetracycline) เป็นประจำ

นอกจากการรับรังสียูวีอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้เกิดโรคต้อชนิดต่างๆ แล้ว การรับรังสียูวีในคราวเดียวก็ส่งผลร้าย

ต่อดวงตาด้วย โดยหากรับรังสียูวีต่อเนื่อง 6-10 ชั่วโมง จะทำให้เกิดแผลเล็กๆ ที่กระจกตา ทำให้ตามัวและมี

อาการปวดตามาก รวมถึงน้ำตาไหล ซึ่งอาการดังกล่าวมักพบในกลุ่มผู้เล่นสกีหรือทำงาน เชื่อมโลหะโดยไม่สวม

แว่นตาสำหรับป้องกันแสงยูวีโดยเฉพาะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here