โรคหัวใจเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน มารู้จักวิธีการรักษา และการผ่าตัดบายพาสหัวใจ

0
217

การผ่าตัดบายพาสหัวใจ (Open Heart Bypass Surgery)

หรืออีกชื่อหนึ่งคือ การผ่าตัดทำ ‘CABG’ (Coronary Artery Bypass Graft Surgery) เป็นการรักษาจำเพาะสำหรับผู้มีหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

บายพาสหัวใจ (Heart Bypass Surgery)

คือวิธีการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยการผ่าตัด ซึ่งมักใช้ในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจโดนขัดขวาง หรือเกิดการอุดตันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้อย่างเต็มที่

โดยการผ่าตัดมีจุดประสงค์เพื่อสร้างช่องทางให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้อย่างเพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจวายตามมา

การทำบายพาสแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่

  • การผ่าตัดบายพาสหัวใจแบบดั้งเดิม (Traditional Coronary Artery Bypass Grafting) คือการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องเปิดช่องอก และต้องใช้ยาเพื่อหยุดการเต้นของหัวใจ

และใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยเพื่อให้เลือดยังสามารถไหลเวียนไปทั่วร่างกายโดยไม่ผ่านหัวใจจนกว่าจะผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย

  • การผ่าตัดบายพาสหัวใจโดยไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Off-Pump Coronary Artery Bypass Grafting)วิธีการผ่าตัดบายพาส โดยจะเปิดช่องอก คล้ายกับวิธีแรก แต่แพทย์จะไม่ใช้ยาเพื่อหยุดการเต้นของหัวใจ และจะไม่ใช้อุปกรณ์พิเศษที่ใช้สูบฉีดเลือด
  • การผ่าตัดบายพาสหัวใจแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Direct Coronary Artery Bypass Grafting) เป็นการผ่าตัดด้วยอุปกรณ์พิเศษ ซึ่งจะทำให้แพทย์ไม่ต้องทำการเปิดช่องอก

มักนิยมทำในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจอุดอยู่บริเวณด้านหน้าของหัวใจ และไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจมากกว่า 1 เส้น

ปัจจุบันวิธีการผ่าตัดบายพาสหัวใจที่นิยมมากที่สุดคือ วิธีการผ่าตัดแบบดั้งเดิม และแบบไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม ทั้งนี้ในการพิจารณาเลือกใช้วิธีการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ว่าวิธีใดเหมาะสมมากที่สุด

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

เมื่อแพทย์นัดหมายกำหนดการผ่าตัดแล้ว แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยเข้าพักรักษาตัวภายในโรงพยาบาลก่อนวันเข้ารับการผ่าตัด เพื่อเตรียมพร้อมและตรวจสุขภาพก่อน โดยแพทย์จะสั่งตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ และเจาะเลือด ทั้งนี้ผู้ป่วยควรแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ

และยาที่ใช้อยู่โดยละเอียดและเป็นจริง หากผู้ป่วยสูบบุหรี่ แพทย์ก็จะแนะนำให้ผู้ป่วยหยุดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการติดเชื้อภายในช่องอก และทำให้แผลหายช้าลงอีกด้วย

นอกจากนี้ ก่อนเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยควรเตรียมการต่าง ๆ

ที่บ้านไว้ก่อนล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่จะคอยช่วยเหลือผู้ป่วยในการเดินทางกลับจากโรงพยาบาล และในช่วงเวลาที่พักฟื้นที่บ้าน รวมทั้งจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้สะดวกต่อการใช้ชีวิตหลังออกจากโรงพยาบาล ที่สำคัญคือก่อนเดินทางไปโรงพยาบาลผู้ป่วยควรอาบน้ำชำระร่างกาย สระผม ตัดเล็บ และสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด

เนื่องจากหลังผ่าตัดแล้วผู้ป่วยจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะสามารถอาบน้ำเองได้ และเสื้อผ้าสะอาดที่เตรียมไปก็จะช่วยให้ผู้ป่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไม่พึงประสงค์ที่อาจมากับเสื้อผ้าของโรงพยาบาลได้

การดูแลหลังผ่าตัด

หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะให้ผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวในห้องไอซียู อย่างน้อย 1-2 วัน จากนั้นจึงจะย้ายเข้าไปพักฟื้นต่อในห้องพักผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลต่ออีกอย่างน้อย 7 วัน เพื่อดูอาการและติดตามผล โดยในช่วงพักฟื้นที่โรงพยาบาล

ผู้ป่วยอาจต้องมีการต่อท่อหรือสายต่าง ๆ ตามร่างกายอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่ผู้ป่วยฟื้นแล้วอาจมีอาการต่างๆ เช่น สูญเสียความทรงจำชั่วคราว มีอาการมึนงง และมีปัญหาในเรื่องการดูเวลา

เมื่อแพทย์อนุญาตผู้ป่วยกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ผู้ป่วยและผู้ดูแลจะต้องระมัดระวังในเรื่องการดูแลบาดแผล พักผ่อนมาก ๆ และควรหลีกเลี่ยงจากการทำกิจกรรมหนัก ๆ เพราะอาจทำให้แผลหายช้า หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ นอกจากนี้ยังควรสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

โดยหากเกิดอาการดังต่อไปนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดไม่เพียงเท่านั้น การผ่าตัดบายพาสหัวใจยังอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่พบได้หลัก ๆ ได้แก่

  • หัวใจเต้นผิดปกติผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เข้ารับการผ่าตัดบายพาสจะมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่ก็สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยา
  • การติดเชื้อที่แผลผ่าตัดเนื่องจากไม่รักษาความสะอาดให้ดีพอ
  • การทำงานของไตลดลงหลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจมีการทำงานของไตที่ลดลง จนทำให้ต้องได้รับการฟอกไต แต่ก็เกิดขึ้นได้น้อยมาก
  • ปัญหาเกี่ยวกับสมองผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดบายพาสอาจพบปัญหาในเรื่องการเรียนรู้ หรือการอ่านหนังสือ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 6-12 เดือน แต่ก็มีบางกรณีที่ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนจนกลายเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้มีปัญหาในการพูด การเคลื่อนไหว หรือการกลืนอาหารอย่างถาวรได้
  • หัวใจวายในบางกรณี ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดในระหว่างผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้อาการยิ่งรุนแรงขึ้น และอาจทำให้เสียชีวิตได้

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here