แม่ฮ่องสอน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าท่องเที่ยวที่สุดมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้

0
149

“แม่ฮ่องสอน” ใคร ๆ ก็ล้วนอยากเข้ามาทำความรู้จัก เพราะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดม

สมบูรณ์ ประเพณีและวัฒนธรรมอันล้ำค่า รวมไปถึงความงดงามทางประวัติศาสตร์ที่น่าหลงใหล อีกทั้งยังมีแหล่ง

ท่องเที่ยวอันเปรียบเสมือนสวรรค์บนดินอีกมากมายที่เชื้อเชิญให้ผู้ที่มีใจรักการเดินทางแวะเวียนมาเยี่ยมนคร

แห่งความสุขแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย

แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดชายแดนจังหวัดหนึ่ง ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับสหภาพพม่า ตั้งอยู่ทางด้านตะวัน

ตกสุดของภาคเหนือ โดยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 924 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 12,681.259 ตาราง

กิโลเมตร โดยได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองสามหมอก” เนื่องจากเป็นเมืองในหุบเขา ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสลับซับซ้อน

ทอดขนานไปกับทิวเขาถนนธงชัยและทิวเขาแดนลาว จึงถูกปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์สวยงามตาม

ธรรมชาติของเทือกเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้นานาพันธุ์ จนมีคำกล่าวว่าเปรียบเสมือนกับเป็นสวิตเซอร์แลนด์

ของเมืองไทย ซึ่งในปัจจุบันได้มีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ คือ อำเภอเมือง แม่สะเรียง ขุนยวม ปาย

แม่ลาน้อย สบเมย และปางมะผ้า ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปตะลุย 20 แหล่งท่องเที่ยวทั้ง 7 อำเภอ อันเป็น

เสน่ห์ของนครแห่งความสุขนี้กัน จะมีที่ไหนเด็ด ๆ บ้าง พร้อมแล้วหิ้วกระเป๋าตามมาเลยจ้า

1.วัดพระธาตุดอยกองมู

ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดิมชื่อ “วัดปลายดอย” เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่

บ้านคู่เมืองที่สำคัญ ประกอบไปด้วยพระธาตุเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ 2 องค์ และวิหารพระศิลปะไทใหญ่

เจดีย์องค์พี่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2403 โดยจองต่องสู่ พ่อค้าชาวไต ภายในบรรจุพระธาตุของพระมหาโมคคัลลานะ

เถระซึ่งอัญเชิญมาจากพม่า ส่วนองค์น้องสร้างโดยพญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนท่านแรก ฐานเจดีย์

ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิดปางต่าง ๆ เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนมาช้านาน นอกจาก

กราบขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว ยังสามารถชมวิวตัวเมืองแม่ฮ่องสอนในมุมสูงที่สุด นับว่าเป็นภาพที่สวยงดงาม

มากเลยทีเดียว

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08.30-16.30 น.

ที่อยู่ : ตำบลจองคำ จากถนนขุนลุมประพาสเลี้ยวขวาหน้าอนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา แล้วเลี้ยวซ้าย (ตรงข้ามวัดก้ำก่อ) ไปตามทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร หรือเดินเท้ามาตามทางขึ้นฝั่งถนนสิริมงคล

โทรศัพท์ : 08 1026 4544  เว็บไซต์ : วัดพระธาตุดอยกองมู, เฟซบุ๊ก วัดพระธาตุดอยกองมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน (Phra That Doi Kong Mu Temple)

2.วัดก้ำก่อ

ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระนอน เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน เดิมตั้งอยู่บริเวณเชิงพระธาตุดอยกองมู

ทางทิศใต้ ต่อมาได้ย้ายมาตั้งทางทิศตะวันออก เพื่อให้ใกล้แหล่งชุมชนและสะดวกสบายในการไปมาหาสู่

มากกว่าเดิม มีสถาปัตยกรรมไทใหญ่ ที่สร้างโดยฝีมือของช่างชาวไทใหญ่ที่เข้ามาอาศัยและศรัทธาในวัดนี้นับ

เป็นศูนย์รวมใจชาวแม่ฮ่องสอนมานานกว่า 123 ปี โดดเด่นด้วยปากทางเข้าที่ถูกขนาบข้างด้วยสิงห์ขาว 2 ตัว

ที่เรียกว่า “ส่างหว่าง” หรือซุ้มประตูทอดยาวไปยังศาลาการเปรียญ ชายหลังคาถูกประดับประดาด้วยสังกะสี

ฉลุลาย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ อีกทั้งยังเป็นที่เก็บรักษาตำราประวัติศาสตร์ที่เขียนด้วยภาษาไต

(ไทใหญ่) ไว้อีกด้วย

ที่อยู่ : ถนนผดุงม่วยต่อ ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ริมถนนศิริมงคล

ตรงข้ามวัดพระนอน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08.00-16.30 น.  โทรศัพท์ : 0 5361 1225-6

3.วัดจองคำ-วัดจองกลาง

มากันที่วัดแรกก่อน “วัดจองคำ” ตั้งอยู่บริเวณหนองจองคำ ถือเป็นพุทธสถานแห่งแรกของเมืองแม่ฮ่องสอน

โดดเด่นด้วยหลังคาวัดรูปทรงปราสาท 9 ชั้น กราบขอพรหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในแม่ฮ่องสอนตลอดจนขอ

พรองค์พระศรีศากยมุนีจำลอง นอกจากนี้ยังสามารถเข้าชมภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถหลังคาทรงเจดีย์

5 ยอด พร้อมสักการะพระเจดีย์ทรงเครื่องศิลปะมอญที่มียอดฉัตรประดับงานปูนปั้นฉาบสีทองอร่ามตาเมื่อครั้น

เวลาเงาตกกระทบกับน้ำหนองจองคำมองแล้วสวยงดงามมาก ซึ่งไม่ควรพลาดที่จะยกกล้องถ่ายรูปคู่ใจมาเก็บ

ภาพอันสวยงามนี้ไว้ ส่วน “วัดจองกลาง” ตั้งอยู่ภายในรั้วเดียวกันกับวัดจองคำ ภายในวิหารมีแท่นบูชาตั้ง

พระพุทธสิหิงค์จำลอง ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ อีกทั้งสามารถเข้าไปชมตุ๊กตาไม้แกะสลักเรื่องพระ

เวสสันดรชาดกจากประเทศพม่า ซึ่งนำมาจากพม่าตั้งแต่ พ.ศ. 2400 พร้อมตื่นตาไปกับกระจกเขียนสี ตลอดจน

ภาพแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้นโดยฝีมือช่างชาวไทใหญ่ และองค์พระอินทร์สานจากหวาย รับรองว่า

อิ่มอกอิ่มใจแถมอิ่มบุญกันถ้วนหน้าแน่นอนจ้า

ที่อยู่ : ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่บริเวณหนองจองคำ

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 0 5361 1752

4.ปางอุ๋ง

ได้รับสมญาว่า “สวิตเซอร์แลนด์แดนสามหมอก”  นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งถ้าไม่มาถือว่ามา

ไม่ถึงแม่ฮ่องสอนเลยเชียวนะ “ปางอุ๋ง” ชื่อเต็ม ๆ ว่า “โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” โครงการในพระ

ราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

ประมาณ 1,200 เมตร ณ บ้านรวมไทย ภายใต้การดูแลของสำนักงานบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ 16

(แม่สะเรียง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

เดิมทีเคยเป็นสถานที่ปลูกฝิ่นของชาวเขา ต่อมาได้รับการพัฒนาตามทฤษฎีสวนแบบปางอุ๋งจนกลายมา

เป็น “สวรรค์บนดิน” อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชสมุนไพร พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวหลากหลายสีสันตลอดจน

ดงสนสองใบที่เติบโตเรียงรายตลอดแนวอ่างเก็บน้ำปางตอง ที่ถือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเก็บภาพประทับใจ

ยิ่งในยามที่แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านทิวสนลงมาเป็นลำ ๆ จะช่วยเพิ่มความงดงามและความโรแมนติกมากยิ่งขึ้น

สมชื่อสวรรค์บนดินเสียจริง ๆ จึงไม่แปลกใจที่ถูกนำไปเป็นฉากประทับใจในหนังหลาย ๆ เรื่องสภาพอากาศก็เย็น

สบายตลอดทั้งปี ยิ่งโดยเฉพาะในฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามาเก็บบรรยากาศความโรแมนติกและ

ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันสวยงามที่มีไอหมอกลอยอยู่เหนือทะเลสาบกันแห่งนี้กันอย่างมีความสุข

ที่อยู่ : บ้านรวมไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 05.00-18-00 น.  โทรศัพท์ :  0 5361 1244

5.ภูโคลน คันทรีคลับ

หากเที่ยวกันจนเมื่อยแล้วก็อยากชวนให้แวะมาดูแลสุขภาพกันสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นนวดกระชับผิว แช่น้ำแร่

พอกโคลน อบซาวน่า ที่ “ภูโคลน คันทรีคลับ” ณ โป่งเดือดแม่สะงาแห่งนี้ โคลนของที่นี่เขาไม่ธรรมดาเพราะได้

รับการจัดอันดับให้เป็นแหล่งโคลนสุขภาพของเมืองไทย และเป็นแหล่งโคลน 1 ใน 3 แหล่ง ของโลกที่มีแร่ธาตุ

หลักที่เหมือนกันรองจากทะเลสาบเดดซี และโคลนภูเขาไฟจากประเทศโรมาเนีย จากโครงการ Unseen in

Thailand และ Spa in Paradise ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเลยทีเดียวนะ โดยเป็นโคลนเดือดบริสุทธิ์สี

ดำที่มาจากสายน้ำแร่ใต้ดินที่สะอาด ชและไม่มีกลิ่นของกำมะถัน ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อ

ผิวหนังและระบบไหลเวียนโลหิตของมนุษย์ สามารถดูดซับสารพิษตกค้าง ล้างความมันส่วนเกินบนใบหน้าสิ่ง

สกปรกที่อุดตันตามผิวหนังอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวและรอบหมองคล้ำ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลความ

งามอีกมากมาย อาทิ โคลนผงพอกหน้า โลชั่นน้ำแร่ สบู่ภูโคลน ครีมอาบน้ำสครับ ที่มีให้คุณเลือกสรรไปประทิน

ผิวของคุณได้ตามใจชอบ

ที่อยู่ : 132 หมู่ 2 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08.00-18.30 น.  โทรศัพท์ : 0 5328 2579

เว็บไซต์ : ภูโคลน คันทรีคลับ, เฟซบุ๊ก ภูโคลน แม่ฮ่องสอน (แหล่งโคลนสุขภาพของเมืองไทย)

6. บ้านน้ำเพียงดิน

ตั้งอยู่ในเขตตำบลผาบ่อง บริเวณริมน้ำปาย จึงทำให้เป็นหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือเพื่อชมวิถีชีวิตความ

เป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยง โดยจะใช้เวลาล่องเรือทั้งไปและกลับประมาณ 1-2 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางที่ล่องเรือไป

ตามลำน้ำจะผ่านระลอกน้ำที่ลดระดับลดหลั่นกันไปคล้ายธารน้ำตก แถมยังได้ชมความงดงามของทิวทัศน์สอง

ข้างทางที่เป็นทุ่งนาและป่าเขา นับว่าเป็นทัศนียภาพที่งดงามแปลกตาหาดูได้ยาก โดยจุดเด่นของบ้านน้ำเพียง

ดิน คือ วิถีชีวิตของชาวปาด่อง (กะเหรี่ยงคอยาว) ที่อพยพจากฝั่งประเทศพม่าเข้ามาอยู่ในไทย ก่อนที่จะแยกไป

อยู่ที่บ้านน้ำเพียงดินและบ้านในสอย โดยจะมีการแต่งกาย ดังนี้ ผู้ชายจะสวมกางเกงขายาว เสื้อตัวสั้น

และมีผ้าโพกศีรษะ ส่วนผู้หญิงจะสวมเสื้อทรงกระบอกสีขาวยาวถึงสะโพก กระโปรงสีดำยาวถึงเข่า ไว้ผมหน้าม้า

มีผ้าแถบโพกศีรษะ สวมห่วงคอทองเหลืองเพื่อป้องกันภูตผีปีศาจ และกันการแต่งงานข้ามเผ่า ชาวปาดองมีนิสัย

สุภาพเรียบร้อย ยิ้มแย้มแจ่มใส สะอาดเป็นระเบียบ นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านยังมีของที่ระลึกจำหน่ายให้กับนัก

ท่องเที่ยวอีกด้วย ว่าง ๆ ก็ลองแวะไปสัมผัสวิถีชีวิต สนทนาพูดคุยกับชาวกระเหรี่ยงดูได้ไม่ว่ากัน

ที่อยู่ : ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 07.30-17.00 น.  โทรศัพท์ : 0 5361 3160

7.บ้านม้งไมโครเวฟ

สะดุดหูกับชื่อไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหมล่ะกับ “บ้านม้งไมโครเวฟ” หลายคนคงคิดว่าบ้านนี้ต้องไปเต็มไปด้วย

ไมโครเวฟล่ะสิท่า แต่ไม่ใช่เลยเพราะความจริง ก็คือ ยอดดอยแห่งนี้สูงมากจนมีบริษัทของรัฐและเอกชนมาตั้ง

เสาสัญญาณเพื่อกระจายคลื่นความถี่สูง หรือ “ไมโครเวฟ” (Microwave) นั่นเอง ไม่ใช่เตาอบไมโครเวฟอย่างที่

คิด ๆ กัน หมู่บ้านนี้มีอีกชื่อคือ “บ้านยอดดอย” เพราะตั้งอยู่บนยอดดอย ก่อนหน้าถูกเรียกว่า “บ้านแม้ว

ไมโครเวฟ” แม้วกับม้งถูกเรียกสลับไปมา จริง ๆ แล้วคำที่เหมาะสมคือ “ม้ง” เท่านั้น ชาวเขาเผ่าม้งมีความ

เป็นอยู่แบบเรียบง่ายและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเคร่งครัด ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูก

ผักกะหล่ำปลี ที่ดอยแห่งนี้มีอากาศที่หนาวเย็น หน้าหนาวนับว่าเป็นอีกแหล่งที่น่ามาสัมผัสเป็นอย่างมาก สิ่งที่น่า

สนใจ คือ มีทะเลหมอกขนาดใหญ่ครอบคลุมเกือบรอบทิศสวยงามจับใจ แวะมาสูดโอโซนยามเช้าที่นี่ได้รับรอง

ที่อยู่ : บ้านยอดดอย ถนนทางหลวงหมายเลข 108 กิโลเมตรที่ 235 อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน   โทรศัพท์ : 0 5361 1808

หากใครที่อยากหลีกหนีความแออัดในเมืองที่แสนจะวุ่นวาย มานอนเอนกายในดินแดนม่านหมอกสุดโรแมนติกเช่นนี้ ก็เตรียมแพ็คกระเป๋ารอได้เลย รับรองว่าความสุขของคุณจะผลิบานที่นี่ มาแอ่วแม่ฮ่องสอนกันเต๊อะเจ้า !

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here