9 คำแนะนำสำหรับนักวิ่งมือใหม่

0
117

ใครที่กำลังด้อมๆมองๆ ว่าอยากจะลองวิ่งออกกำลังดูบ้างเพราะนอกจากจะเป็นการคาร์ดิโอที่ช่วยเผาผลาญได้มาก
ยังเป็นการออกกำลังกายที่สร้างสมาธิเพราะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ได้ชมธรรมชาติ ได้สูดอากาศนอกตึกบ้าง
แต่ถ้าจะวิ่งทั้งที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพราะเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้บาดเจ็บได้เหมือนกันนะคะ
ไปดูคำแนะนำสำหรับนักวิ่งมือใหม่ที่เราเตรียมไว้ให้กันเลยค่ะ

1.ทำให้มันเป็นเรื่องสนุก

เป้าหมายของการวิ่งไม่ควรเป็นเรื่องที่กดดัน ทำให้เป็นเรื่องสนุกผ่อนคลาย จะด้วยการชวนครอบครัวมาวิ่ง
หรือวิ่งในที่ที่บรรยากาศดีๆก็ได้คิดไว้เสมอว่าไม่ว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่เราก็ได้สุขภาพร่างกายที่ดี

2.ยอมจ่ายเพื่อรองเท้าผ้าใบที่ดี

แม้การวิ่งจะเป็นการออกกำลังที่แทบไม่ต้องลงทุนเลยแต่ไม่ใช่กับรองเท้านะคะเพราะเท้าและเข่าเป็นอวัยวะที่จะต้องทำงานหนักที่สุดเลือกรองเท้าที่คุณภาพดี
รองรับน้ำหนักและลดแรงกระแทกเพื่อให้การวิ่งได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

3. ใส่ใจกับระยะทางมากกว่าความเร็วหรือเวลา

ช่วงแรกๆ ในการวิ่งไม่ต้องใส่ใจเรื่องความเร็วในการวิ่งหรือระยะเวลาให้กำหนดระยะทางแล้วพยายามอดทนวิ่งให้ครบ เพราะนานๆ ไปสปีดจะดีขึ้นเอง

4. วิ่งเป็นกลุ่มบ้าง

จริงอยู่ว่าประโยชน์อย่างนึงในการวิ่งคือการได้อยู่กับตัวเองเงียบๆแต่การวิ่งกับคนอื่นจะดีกับมือใหม่ในแง่การมีที่ปรึกษาหากต้องการคำแนะนำเร่งด่วน
ทำให้วิ่งได้นานขึ้นเพราะมีเพื่อนชวนคุยเลยไม่สนใจว่าตัวเองเหนื่อยไหม หรือวิ่งไปไกลเท่าไหร่

5. อย่างอแง จงวิ่งให้สม่ำเสมอ

แม้จะมีเวลาไม่มากก็อยากให้ทำเป็นประจำให้ได้มากที่สุดคิดถึงเป้าหมายตอนแรกว่าเราตัดสินใจวิ่งเพราะอะไรเรามาได้ไกลแค่ไหน เพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง
ถ้าคุณถอดใจเท่ากับที่ผ่านมาเสียเปล่า

6. เพิ่มระยะทางทีละน้อย
พอเริ่มวิ่งได้สม่ำเสมอ กำหนดตารางเวลาได้ลงตัว ก็ค่อยๆเพิ่มระยะทางในการวิ่งขึ้นเรื่อยๆ

7. ถ้าเหนื่อยพักเดินได้ไม่ต้องกลัว

จริงๆ แล้ว ถ้าวิ่งไม่ไหว การปรับเป็นเดินก็ไม่ใช่ไอเดียที่แย่และเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายได้เหมือนกัน แต่ต้องค่อยๆ ปรับ
เพื่อไม่ให้หัวใจเปลี่ยนจังหวะการเต้นเร็วเกินไป

8. กำหนดเป้าหมาย แล้วพยายามทำให้ได้จริงๆ

ก่อนที่จะข้ามไปถึงการลงวิ่งมาราธอน หรือไตรกีฬาลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ เป็นระยะๆ แล้วพยายามเอาชนะมันให้ได้เพื่อเป็นเหมือนด่านให้คุณข้ามไปได้โดยไม่เบื่อและรู้สึกว่าเป้าหมายอยู่ไม่ไกล เช่น วิ่งเพิ่มขึ้นครึ่งชั่วโมง พิชิตระยะทางเพิ่ม 1 กิโลหรือลดรอบเอวจากการวิ่งใน 2 เดือน เป็นต้น

9. เหนื่อยก็พัก

สังเกตว่า เราใช้คำว่าสม่ำเสมอ แต่ไม่ได้บอกว่าต้องทุกวันเพราะแม้ว่าการวิ่งแบบละเลยที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จแต่การวิ่งแบบหนักหน่วงทุกวันก็ไม่ดีกับทั้งการวิ่งและร่างกายเหมือนกัน ต้องให้เวลากล้ามเนื้อในการฟื้นฟูตัวเองเพื่อให้ทนทานขึ้นเป็นวิธีสร้างความแข็งแรงที่จะได้ผลกว่าการหักโหม

รู้แล้วต้องนำไปปรับใช้ เพราะไม่ว่าการออกกำลังกายแบบไหนก็ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ และทำให้ถูกต้องตามหลักการแพทย์ที่สำคัญอย่าลืมทำให้มันเป็นเรื่องสนุกผ่อนคลายจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริงค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here